Filed under: Library
เมื่อวันก่อนได้ร่วมบรรยาย ในเรื่อง Library 2.0 : จากแนวคิดสู่การประยุกต์ใช้จริง กับ โต ซึ่งผมรับผิดชอบในส่วนหลัง คือนำเสนอแนวคิดที่ใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์ใหม่ของ TCDC Resource Center ที่มีการประยุกต์ เอา concept ของ Library 2.0 เข้ามาใช้ในการพัฒนา
ผมเริ่มด้วยการแนะนำว่า การพัฒนาระบบใดๆ ก็ตาม มักเกิดจากมูลเหตุด้วยกันอยู่ 2 อย่าง คือปัญหา กับ โอกาส สำหรับทีมงานของเรานั้น นอกเหนือจาก การเป็นที่รวบรวมทรัพยากรสารสนเทศด้านการออกแบบที่ดีที่สุดที่หนึ่งแล้ว เราก็ยังตั้งใจว่าจะพัฒนาวงการวิชาชีพห้องสมุดนี้ในสองส่วนด้วยกัน คือ
1. ส่วนการให้บริการ onsite ทำให้คนที่มาใช้งานที่ศูนย์รู้สึกสะดวก สบายใจ ในการมาใช้บริการ และนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ในการให้บริการผู้ใช้
2. ส่วนการให้บริการ online ทำให้คนที่แม้ไม่ได้มาที่ศูนย์ ได้รับข้อมูลข่าวสาร หรือมีส่วนรวมกับกิจกรรม หรือเนื้อหาต่างๆ ได้ ตลอดทั้งมีความสะดวกในการค้นหาข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศต่างๆ อย่างเป็นระบบ
ในส่วนแรกเราก็ได้พัฒนามาตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการแล้ว ก็จะเห็นได้ชัดว่าดีขึ้นมาเป็นลำดับ มีบริการใหม่ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้บริการอยู่เสมอ แต่ในส่วน online นั้นก็ยอมรับว่าเป็นข้อด้อยของเรามาโดยตลอด ก็ยังดูลู่ทางอยู่ว่า จะทำอย่างไรให้ไปถึงเป้าหมายได้ พอได้รู้จักกับแนวคิด Library 2.0 เมื่อต้นปีที่แล้ว ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่ง ที่จะได้ริเริ่มทำอะไรใหม่ๆ ทดลอง และเพื่อทำให้สิ่งที่มีอยู่เดิมนั้นดีขึ้น จึงได้ศึกษาพัฒนาขึ้นเป็นโครงการนำร่อง อันเผื่อว่าจะเป็นแนวทางให้คนอื่นที่เห็นด้วยกับแนวทางเดียวกันนี้ มาช่วยกันพัฒนาต่อไป
โปรเจคนี้ของ TCDC Resource Center ก็ใช้เวลาในการคิดหาหลักการ วางแผน และพัฒนามาแล้วกว่า 1 ปี จนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่เรียกว่าเสร็จสมบูรณ์มีส่วนที่ต้องปรับปรุงแก้ไขอยู่เยอะมากทีเดียว เนื่องจากระยะแรกที่เราได้ศึกษาเรื่องนี้นั้น มันมีแนวทางที่จะทำได้มากมายเหลือเกิน ด้วยความที่ ไอ้โน่นก็อยากมี ไอ้นี่ก็อยากได้ เต็มไปหมด ทำให้หลงทางไปพอสมควร จนในที่สุด ก็ได้กรอบในการพัฒนาจนเห็นเป็นรูปเป็นร่างในปัจจุบัน
และทั้งหมดนี่คือสิ่งที่เราอยากแบ่งปันหลังจากที่ได้เริ่มลองทำ
ย้ำอยู่หลายหนเหมือนกันว่า Library 2.0 ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคน คือจะทำอย่างไร มีวิธีการอย่างไร ที่ทำให้คนมาทำอะไรๆ แสดงความคิดเห็น ร่วมสร้าง content กับห้องสมุดของเรามากยิ่งขึ้น มันเป็นเทคนิควิธีการที่พยายามสอนให้คนไม่ใช่เป็นเพียงผู้รับเท่านั้น อยากได้อะไร ก็ต้องช่วยกันแบ่งปันมันออกมา แค่คนละนิด สังคมโดยรวม ก็จะดีขึ้นเอง
วางกรอบแนวคิด -> วิเคราะห์สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน -> วางแผนพัฒนา
การพัฒนาเริ่มต้นด้วยการวางกรอบแนวคิดเบื้องต้นในการพัฒนาก่อน อันได้แก่
- เป็นสื่อกลางในการกระจายข้อมูลข่าวสารต่างๆ อย่างเป็นระบบ
- มีกลไกในการทำให้เกิดการแชร์ ข้อมูลของผู้ใช้
- มีส่วนที่ทำให้ผู้ใช้ใช้งานเว็บได้สะดวกขึ้น มีส่วนที่เป็นส่วนตัว
- ไม่ทิ้งส่วนสำคัญของภาระกิจการเป็นเว็บไซต์ห้องสมุด เช่นการค้นหาหนังสือ
กลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาของเรา ก็จะเป็นผู้ใช้ศูนย์ของเรา รวมไปจนถึง คนที่สนใจ collection หนังสือ ข้อมูลข่าวสารด้านการออกแบบ
ระบบห้องสมุดของ TCDC Resource Center
ประกอบไปด้วย 3 ระบบ หลักๆ ได้แก่
- Core Library System
- Member System
- Library Operation System
Core Library System เป็นระบบห้องสมุดอัตโนมัติหลัก ซึ่งใช้เพื่อการจัดการบริหาร collection ของ ศูนย์ ไม่ว่าจะเป็นการนำข้อมูลบรรณานุกรม ในรูปแบบ MARC เข้าระบบ การดูแลจัดการวารสาร การสั่งซื้อ เป็นต้นโดยที่ปัจจุบันใช้ระบบ Virtua ของ VTLS
Member System เนื่องจาก TCDC เป็นห้องสมุดระบบสมาชิกจึงมีฐานข้อมูลสมาชิก และ Visitor ในการเข้าใช้บริการศูนย์ จึงมีระบบงานเหล่านี้เข้ามาช่วยดูแล ดูแลระบบสมาชิก การลงทะเบียนสมาชิก การออกใบเสร็จรับเงิน การดูแลจัดการสมาชิก การต่ออายุสมาชิก การออกบัตรสมาชิกเป็นต้น
Library Operation System เป็นระบบที่ดูแลในการบันทึกเก็บข้อมูลในการให้บริการต่างๆ ของศูนย์ อาทิ In-house use, Multimedia Service, Photocopy Service, Bookmark System, ระบบบันทึกข้อมูลคนผ่านเข้าออกประตู เป็นต้น (ไว้วันหลังจะมาเล่าว่า แต่ละตัว มีแนวคิดและการทำงานเบื้องหลังอย่างไร)
วิเคราะห์สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
TCDC เป็นห้องสมุดเฉพาะด้านการออกแบบ ที่มีลักษณะเป็น reference library ทุกอย่างใช้ภายในศูนย์เท่านั้น ดังนั้นการออกแบบลักษณะการให้บริการต่างๆ ในปัจจุบันจึงเน้นที่การให้บริการภายในศูนย์เป็นหลัก โดยที่เชื่อมโยงข้อมูลจาก 2 แหล่ง นั่นคือข้อมูลหนังสือจาก Core Library system และ ข้อมูลสมาชิกจาก Member System มาทำให้เกิด Transaction ที่ Library Operation System ซึ่งจะทำให้รู้ว่า มีลูกค้า ใช้หนังสือหรือทรัพยากรใด เมื่อไหร่ อย่างไร ซึ่งสามารถเอาสิ่งเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ในการสร้างการบริการใหม่ๆ ได้อีกมากมายต่อไป
ทางเลือกในการพัฒนา
อันที่จริง มีทางเลือกในการพัฒนาหลายแบบสำหรับแนวทางของ 2.0 เช่น เอา blog มาใช้ wiki มาใช้ เพิ่มส่วนของ folksonomy มี feed สำหรับส่วนต่างๆ เชื่อมโยงกับระบบสมาชิกเดิม แล้วสร้าง community หรือมีแนวคิดในการแบ่งปันข้อมูลกันระหว่างผู้ใช้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ เป็นสิ่งที่ ระบบห้องสมุดอัตโนมัติในปัจจุบันในท้องตลาดยังทำไม่ได้ โดยเฉพาะการผสมผสานระบบการค้นหาหนังสือ ให้เชื่อมโยงกับระบบต่างๆ ค่อนข้างลำบาก เนื่องจาก ระบบในปัจจุบันนั้น มีข้อจำกัดในการปรับแต่ง หรือ Customization
ซึ่งผมเห็นว่า แม้ปัจจุบันจะมี opensource อยู่ในหลายๆ เรื่องเช่น blog wiki searching catalog ต่างๆ แต่ว่า แต่ละสิ่งก็แยกจากกัน และทางเราก็มีระบบสมาชิกอยู่แล้ว การนำมา integrate กันไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจใช้เวลาในการพัฒนายาวนาน จึงได้นำเสนอแนวทางในการพัฒนาระบบขึ้นมาใหม่ โดยอาจจะอาศัยเครื่องมือ tools หรือ API ต่างๆ ที่มีอยู่แล้วมาช่วยทำให้การพัฒนาได้อย่างเร็วขึ้น โดยทาง TCDC Resource Center จะเป็นฝ่ายพัฒนาแนวคิด วิธีการทั้งหมด และให้บริษัท Digithais เข้ามาช่วยในการเขียนโปรแกรม
จากความต้องการต่างๆ จึงสรุปได้ว่าองค์ประกอบหลักๆ ในการพัฒนาเว็บขึ้นมาใหม่ จะประกอบด้วย 3 ส่วนด้วยกัน
1. Content Management System เพื่อช่วยทำให้การเผยแพร่ และรวบรวมข้อมูลข่าวสารต่างๆ อย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
2. ระบบการค้นหาหนังสือแบบใหม่ เพื่อทำให้การค้นหาหนังสือง่ายต่อการใช้งาน และการทำความเข้าใจ และมีเครื่องมือต่างๆ ที่จะช่วยให้ผู้ใช้มีความสะดวกยิ่งขึ้น
3. พื้นที่ที่จะทำให้เกิดการแบ่งปันข้อมูลกันระหว่างผู้ใช้
ทดสอบแนวคิด…
และเนื่องจากแนวคิดหลักๆ ของ 2.0 คือการแชร์ข้อมูลกันออกมา หรือให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการสร้าง content ระหว่างที่กำลังพัฒนาระบบ online อยู่ จึงมีข้อสงสัยว่า แล้วจริงๆ ถ้าเอามาใช้จริงมันจะ work หรือเปล่า ดังนั้นเราเลยลองคิดหาวิธีการลองกับผู้ใช้ซึ่งมาใช้บริการในศูนย์ คล้ายกับการหยังเสียงของผู้ใช้ก่อนว่า แนวคิดของ 2.0 สอดคล้องกับลักษณะผู้ใช้ของเราหรือไม่ โดยมีเครื่องมือต่างๆ เช่น
Raing / Comment / Review
เมื่อผู้ใช้มาใช้บริการ ด้าน Multimedia เช่นมาดูหนังฟังเพลง เมื่อแลกบัตรสมาชิก เราก็มี Slip ให้ไปใบนึง โดยที่ภายใน Slip นั้นจะมีช่องให้ผู้ใช้กรอกว่า คิดเห็นกับหนังหรือเพลงที่ได้ใช้บริการนั้นๆ อย่างไรTag it
เรามีแบบฟอร์ม โดยที่บอกกับผู้ใช้ว่า ถ้าตอนนี้หาหนังสือในคำค้นที่ต้องการไม่เจอ หรือคิดว่า หนังสือเล่มนั้นมันเป็นเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องนั้น ก็ให้ผู้ใช้ช่วยกันบอกว่า keyword ที่เขาคิดคืออะไร เมื่อกรอกแล้ว ก็เสียบแบบฟอร์มไว้ในเล่ม แล้วเอาไปใส่ไว้ใน book bin เพียงเท่านี้ ระบบโดยรวมก็จะดีขึ้น คำค้นหาก็จะตรงใจมากยิ่งขึ้นYour Recommended Films
ในส่วนของ collection หนังที่ให้บริการ เราจัดเว้น ช่องว่างในการ display ไว้ส่วนนึง โดยบอกกับผู้ใช้ว่า ภาพยนตร์เรื่องไหนที่คุณเคยดูที่นี่ แล้วคุณประทับใจ อยากแนะนำให้คนอื่นดูบ้างหรือเปล่า เพียงแค่หยิบเรื่องนั้นมาใส่ไว้บริเวณที่จัดไว้ให้นี้ คนอื่นก็จะรู้ว่า เรื่องเหล่านี้คือเรื่องที่ผู้ใช้ด้วยกันแนะนำให้ดูPurchase Suggestion
เรามีแบบฟอร์ม ที่จะใช้ผู้ใช้แนะนำหนังสือ ถ้าเขาหาไม่เจอ หรือเขาเห็นว่า หนังสือเล่มนี้เราควรมีไว้ให้บริการในห้องสมุดAsk me
Instant Messaging เป็นช่องทางนึงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการติดต่อสื่อสาร เราได้ให้บริการตอบคำถามผ่าน MSN : library@tcdc.or.thMessage Board Wallpaper
เป็นช่องทางสำหรับการแจ้งข่าวสารกันระหว่างสมาชิก โดยเรามีบอร์ดตรงกลางให้ผู้ใช้ สามารถนำ Note หรือข่าว มาติดประกาศไว้ได้
และเมื่อได้ทำการทดลอง จากเครื่องมือต่างๆ ข้างต้นเป็นระยะเวลานึงแล้ว ก็เห็นว่าได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควร ผู้ใช้ก็ให้ความร่วมมืออย่างดี ทำให้เราคิดว่าแนวทางที่เรากำลังทำนี้น่าจะพอเป็นไปได้ ผู้ใช้เพียงแค่แบ่งปันกันคนละนิดๆ หน่อยๆ แต่เมื่อมองในภาพรวมแล้วจะทำให้ส่วนรวมดีขึ้น และเมื่อเราเอาข้อมูลเหล่านั้น คืนกลับไปยังผู้ใช้ น่าจะเป็นประโยชน์ในการใช้ข้อมูลกับพวกเขาเองอีกครั้ง
ตอนต่อไป จะเป็นเรื่องที่ว่า แล้วจากสิ่งที่เป็นอยู่ เราได้ทำอะไรบ้าง อย่างไร
Filed under: Management
เล่าปี่ ผู้นำที่ดูเหมือนว่าจะทรงคุณธรรมที่สุดในสามก๊ก เพราะเล่าปี่บอกกับคนอื่นเสมอว่า จะผดุงคุณธรรม ฟื้นฟูราชวงศ์ รักชาติ ทำทุกอย่างเพื่อราษฎรและส่วนรวม ทำให้คนดีๆ ต่างเข้ามาร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นกวนอู เตียวหุย จูล่ง ขงเบ้ง บังทอง ม้าเฉียว ฯลฯ
เมื่อมีคนดีๆ มาทำงานให้จำนวนมาก ทำให้กิจการงานต่างๆ ของเล่าปี่สำเร็จไปได้ด้วยดีเสมอ จนทำให้เล่าปี่ ถูกสถาปนาขึ้นเป็นฮองเต้ในที่สุด
อำนาจคือของหวาน
สามก๊กสอนเรื่องนี้ให้กับคนดู คนอ่าน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เล่าปี่ ตอนที่ยังไม่มีอำนาจ เลี้ยงดูลูกน้องอย่างดี รับฟังความเห็นเสมอ ตลอดทั้งมีภาวะผู้นำในการพินิจวิเคราะห์ แต่เมื่อภายหลังเมื่อถึงจุดสูงสุดของอำนาจ กลับทำตัวน่าผิดหวัง บางคนกล่าวว่า เล่าปี่แท้จริงแล้วก็ทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง ทำให้ตัวเองอยู่ในอำนาจ ในความคิดของเล่าปี่นั้น กลับมีความคิดว่า ด้วยบุญญาวาสนาของตัวเอง ทำให้ตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ ถ้าตัวเองไม่มีบุญมากขนาดนี้ ต่อให้มีบริวารที่ดีอย่างไร ก็ไม่สามารถมาถึงจุดนี้ได้
เล่าปี่ลืมคิดไปว่า ตลอดชีวิตที่ประสบความสำเร็จมา ส่วนใหญ่มาจากลูกน้องและทีมงานทั้งสิ้น ชนะมามากมายจนลืมตัว หลงระเริงในความสำเร็จ ทำให้ช่วงปลายของชีวิตของเล่าปี่ กลายเป็นเรื่องน่าเศร้า เขาแยกแยะไม่ออกระหว่างเรื่องส่วนตัวกับเรื่องของส่วนรวม เอาแต่จะล้างง่อก๊กของซุนกวน ด้วยเหตุที่ทำให้พี่น้องร่วมสาบาน อย่างกวนอู และเตียวหุยต้องตาย ทั้งที่จูล่ง และขงเบ้งก็ได้ทัดทานแล้ว ก็ไม่ฟัง ขงเบ้งเห็นว่า ง่อก๊กของซุนกวน ต้องคบเป็นมิตรไว้ เพื่อป้องกันทัพวุยก๊ก ของโจโฉ ที่มีกองทัพที่แข็งแกร่งกว่า สองก๊กนี้จึงต้องร่วมมือกัน หากเมื่อใดที่แตกกัน ย่อมเสียเปรียบต่อก๊กใหญ่ในที่สุด
เล่าปี่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ สามารถเอาชนะได้ จึงยกทัพไปเองโดยไม่ฟังเสียงใคร ในที่สุด ก็พ่ายแพ้ และต่อมาก็เป็นไข้จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต และก็มาคิดได้ในภายหลังว่า ที่ตัวเองยิ่งใหญ่อยู่จนถึงวันนี้ ไม่ได้เพราะความสามารถของตัวเองแต่ฝ่ายเดียว เพราะเมื่อต้องนำทัพเอง กลับพ่ายแพ้แบบสิ้นรูป และอีกข้อหนึ่งที่สอนใจได้อย่างดี คือความคิดที่จะทำเพื่อส่วนรวมก่อนเสมอของเล่าปี่ได้หายไปไหน เมื่ออำนาจบังตา
อันว่าเรื่องส่วนรวมต้องมาก่อนเรื่องส่วนตัว เรื่องของส่วนใหญ่มาก่อนเรื่องส่วนเล็ก ฉะนั้นจะทำอะไรให้คิดถึงว่าส่วนใหญ่ได้อะไร แล้วดำเนินไปตามแนวทางนั้น น่าจะเป็นเครื่องช่วยในการตัดสินใจได้เป็นอย่างดี แต่ทุกวันนี้ เราก็ยังเห็นกันเป็นปรกติ ของคนที่บอกว่า ทำเพื่อส่วนรวม แต่สุดท้ายลึกๆ แล้วทำเพื่อความอยู่รอดส่วนตัวแทบทั้งนั้น
Filed under: news
วันก่อนเดินผ่านร้านเกมแถวบ้าน ปรกติไม่เคยสังเกตเท่าไหร่ แต่เห็นเขาตกแต่งร้านใหม่ ทาสีสวยทันสมัย
วันถัดๆ มามีการเอา TV มาตั้งเป็นวงกลมอยู่กลางห้อง
ผมก็นึกอยู่ว่า เขาจะทำอะไรหว่า…
เลยลองเข้าไปสังเกตใกล้ๆ เลยถึงรู้ว่า เขาเอา wii มาลง ทำเป็นร้านเกม wii โดยเฉพาะ เป็นการพัฒนาการล่าสุดของร้านเกมจริงๆ
แต่พอมาคิดๆ ดู ไอ้เจ้า wii นี่ เวลาเล่นมันค่อนข้างกินที่ ทำให้ทางร้านเขาตั้งได้แค่ 6 เครื่องเท่านั้น ตั้งเป็นรูป 6 เหลี่ยม โดยคนเล่น ก็จะยืนอยู่รอบๆ
อดคิดไม่ได้ว่า เปิดร้านแบบนี้จะต้องลงทุนเท่าไหร่หว่า ค่าตกแต่งร้าน + เครื่อง wii + TV น่าจะร่วมๆ 2 แสน ค่าเช่าที่ ค่าน้ำ ค่าไฟค่า โทรศัพท์ ค่าแรงคนเฝ้าร้านน่าจะตก 3 – 4 หมื่นต่อเดือน แล้วต้องเก็บตังค่าเล่นยังไง เพราะคนๆ นึงน่าจะใช้เวลาเล่นเกมๆ นึงท่าทางจะนาน วันๆ นึงน่าจะเปิดได้ไม่เกิน 12 ชม โอ้ คิดแล้วเป็นห่วงเหมือนกัน ว่า เมื่อไหร่จะคุ้มทุนหว่า ตอนนี้เท่าที่ดูยังมีคนเล่นไม่มากเท่าไหร่ อาจจะยังไม่ค่อยรู้จักกัน แต่ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ทำอะไรก่อนชาวบ้านเขา
ไว้วันหลังไปสืบมาใหม่แล้วมาเล่าให้ฟังนะครับ
Filed under: news
เมื่อเช้าฟังข่าว มีคนออกแบบชุดชั้นในผู้หญิงแบบใหม่ล่าสุด เข้ากะ พศ นี้จริงๆ ชุดชั้นในแบบ wireless
ไม่ต้องมีสายด้านข้างให้กวนใจอีกต่อไป แต่ก่อนก็เคยเห็นหนักหนาที่สุดที่เขาเรียกกันว่า G-String ที่สายด้านข้างนั้นเล็กมากๆ แล้ว แต่เมื่อ C-String ออกวางตลาด ทำลายทุกกฎการออกแบบชุดชั้นใน ด้วยรูปทรงที่เป็น curve ตัว C

เขาใส่กันแบบนี้ครับ

คนออกแบบเขาต้องการแก้ปัญหา ที่เวลาใส่ bikini แบบเดิมอาบแดดแล้วจะมีเส้นอยู่ด้านข้างทำให้ไม่สวย วัสดุที่ใช้ทำแกนมีความยืดหยุ่นสูง โดยที่สามารถคงตัวอยู่ได้ทำให้มีความคงตัวและกระชับ โดยมีผ้าหุ่มแกนอย่างดี ไม่มีการระคายเคือง
กล้าใส่กันหรือเปล่าครับ
ไปดูกันต่อเองแล้วกันครับ ที่นี่
Filed under: news
ดูข่าวเรื่องการลาออกของประธานธนาคารโลก Paul Wolfowitz ที่จะอยู่ในตำแหน่งถึงวันที่ 30 มิย นี้ แล้วเอากลับมาคิดได้อะไรหลายอย่าง วันก่อนมีคนวิเคราะห์ข่าวคนนึงพูดประมาณว่า อย่างนายพอล พอเขามีปัญหาโดนกล่าวหาว่าไม่สุจริต แค่เรื่องเดียว เขาก็ตัดสินใจลาออก คนก็ชื่นชม ผิดกับอดีตผู้นำบางประเทศ มีปัญหาทุจริตเต็มไปหมด ไม่ยอมลาออก จนวันนี้ไม่มีแผ่นดินจะอยู่
มันก็เลยเกิดข้อสงสัยว่า จริงๆ แล้วมันควรเป็นยังไงกันแน่ แล้วถ้าเป็นเรา เราจะทำอย่างไร
อย่างกรณีของนายพอล ไม่รู้ว่า จริงๆ แล้วเขารู้สึกว่ามันผิดก็เลยลาออก หรือ ลาออกไปก่อนจะได้ให้คนอื่นเขาตรวจสอบ ลดการครหา แต่ประชาชนคนอ่านข่าวแบบผม พออ่านแล้วก็รู้สึกว่า เออ เขาก็ทำถูกที่เขาลาออก รู้สึกว่าเขาอาจจะผิด แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ผมก็ไม่รู้รายละเอียด
ก็เลยได้คิดต่อว่า ถ้าเราไม่ได้ทำผิดอะไร หรือไม่รู้สึกว่าเราทำผิดอะไร จริงๆ แล้วเราควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกหรือเปล่า เวลามีปัญหา มันเป็นธรรมเนียมของผู้ใหญ่ที่มีจริยธรรมที่ต้องทำแบบนั้นหรือเปล่า สมมติว่าลาออกแล้ว แต่เราไม่ผิด คนจะเข้าใจเราหรือไม่ว่า เราต้องการลาออกไม่ได้ เพราะผิด แต่เป็นแค่เพราะลดแรงกดดันอะไรก็แล้วแต่
มองไปมองมา ปัญหามันอาจจะอยู่ที่สื่อด้วยประการนึง ที่เวลามีข่าวเลวร้ายมักประโคมข่าวใหญ่โต แต่พอศาลตัดสินแล้ว ถ้าไม่เป็นไปตามนั้น ผมมักเห็นข่าวพวกนี้มักจะอยู่หน้าใน สรุปแล้วคนทั่วไป ก็ได้เชื่อไปแล้วตอนมีข่าวครั้งแรก แล้วก็ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเป็นอย่างไรในภายหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดูเหมือนไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่
แต่เขาว่ากันว่า คนที่เป็นผู้ใหญ่ ต้องคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว แนวทางไหนสังคมโดยรวมได้ประโยชน์มากกว่ากัน คงต้องเป็นทางนั้น
ฟังดูดี ดูง่าย แต่ทางท่าจะทำยากเหมือนกัน คนเราจะหนีพ้นการคิดถึงตัวเองได้จริงๆ น่ะเหรอ เพราะดีไม่ดีก็อาจจะเข้าข้างตัวเองอีก เช่นคิดว่าถ้าไม่มีเรา อะไรๆ ต้องมีปัญหาแน่ๆ ซึ่งความจริง อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้ หรือไม่เป็นแบบนั้นก็ได้
ปวดหัว เลิกคิดดีกว่า
ฮ่าๆๆๆ
Filed under: Design
พูดถึงเรื่องส้วมแล้วขออีกตอนละกันครับ ส้วมที่สุดยอดที่สุดในโลกคงหนีไม่พ้นจีน ดูรูปสิ…นั่งไปคุยกันไปได้ด้วย

แต่อะไรแบบนี้ ก็คงพอที่จะรู้ๆ กันแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จีนกำลังจะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิคในปี 2008 มีการปฏิวัติสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นจุดอ่อนด้านการท่องเที่ยวของตัวเองแทบทั้งหมด และเขาก็รู้กันดีว่า ส้วม เป็นปัญหาวิกฤตระดับชาติ
สมมติมีโจทย์อยู่ว่า โลกในปัจจุบันต้องประหยัด โดยเฉพาะน้ำ ที่มีต้นทุนสูงขึ้นทุกที คุณจะออกแบบอย่างไรให้ส้วมของคุณประหยัดน้ำมากที่สุด
แต่คนจีนมีสมองอันน่ามหัศจรรย์ พอได้โจทย์แบบนี้ เขาก็กล้าที่จะบอกว่า สามารถคิดส้วมสาธารณะที่ไม่ใช้น้ำเลย แถมมีความ(น่าจะ)สะอาดอีกต่างหาก ออกมาได้ทันที และปัจจุบันมีการใช้จริงแล้ว อีกต่างหากที่แถวกำแพงเมืองจีน ลองดูรูปแล้วจินตนาการสิครับ ว่ามันทำงานยังไง
ส้วมที่เขาออกแบบนี้ ใช้ระบบไฟฟ้าครับ บริเวณผนังห้อง จะมีปุ่มนึงไว้กดครับ พอกดปุ๊บ มอเตอร์ก็จะดูดพลาสติกที่รองรับของเสีย ลงไปบ่อเกรอะด้านล่าง รวมถึงส่วนที่ใช้รองนั่งด้วย หมุนเอาพลาสติกชิ้นใหม่ที่ยังไม่มีการใช้ขึ้นมาตรงบริเวณฝารองนั่งแทน
ฟังดูก็สะอาดดีนะครับ ว่ามะ แต่สำหรับผู้หญิงคงลำบากหน่อยที่จะเชื่อใจ
ยังไงผมก็ว่า เขาคิดได้ดีนะครับ แต่อาจจะต้องมีการพัฒนาด้านการออกแบบกันไปอีกไกลเลยทีเดียว
Filed under: Entertainment
เห็นคุณนนทรีย์ กำลังทำหนังเรื่องปืนใหญ่โจรสลัด โดยตอนแรกใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Queen of Pattani เห็นครั้งแรกตกใจเลย ว่าทำไมถึงกล้า ไม่กลัวปัญหาการเมืองเหรอ แต่ภายหลังได้ข่าวว่าเปลี่ยนชื่อไปแล้ว

วันก่อนได้ฟังคุณนนทรีย์กับคุณเอก เอี่ยมชื่น มาพูดถึงการกำกับเรื่องนี้ที่ TCDC มีอะไรที่น่าสนใจเยอะทีเดียว
เขาเล่าให้ฟังถึงการทำงานร่วมกัน แบบเป็นคู่บุญกันมา นนทรีย์กำกับ เอกทำโปรดักชั่นดีไซน์ให้ หลายต่อหลายเรื่อง โดยเราที่เป็นคนดู ก็จะเห็นการพัฒนาการของคู่นี้มาเป็นลำดับ ในระยะแรก ด้วยความที่ทั้งคู่จบ dec มา ไม่ได้รู้เรื่องทำหนังเท่าไหร่ ส่วนใหญ่คิดสิ่งต่างๆ จากภาพ และบรรยากาศ เลยเอาความสวยงามของฉากมาเป็นจุดขาย กลบข้อด้อยจุดอื่นๆ เอา design มาข่มการแสดง ก็อาจจะเป็นอะไรที่เราเห็นกันดาดดื่นในหนังไทยทั่วไป ที่ดูหนังไทยพากันสงสัยว่า ทำไมหนังไทยถึงทำโปสเตอร์ได้สวยจัง หรือ ตัดหนังตัวอย่างดีจัง แต่เรื่องจริงๆ ไม่มีอะไรเลย
เขาเลยคิดว่า จะเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว เขาจึงต้องมีการศึกษาด้านการแสดงอย่างจริงจัง เพราะการแสดงที่จะถ่ายทอดออกมาดีได้ แค่ความรู้สึกว่ามันควรเป็นแบบนั้นแบบนี้ไม่พอ มันต้องมีความสมจริงกว่านั้น ซึ่งผู้กำกับต้องเข้าใจ เขาเลยได้ศึกษา เรียนรู้และพัฒนามาเรื่อยๆ
ส่วนด้านคุณเอก ก็มีการศึกษามากขึ้น วิจัยมากขึ้น อย่างในเรื่องล่าสุด ก็มีการศึกษาวิจัยแหลมมาลายู จากสมัยที่เคยทำเรื่อง 2499 ใช้เงินทำ production แค่ล้านเดียว มาถึงเรื่องล่าสุดที่ใช้เงิน 9 ล้าน เขาบอกว่า เวลาที่ผ่านมา ทำให้เขาใช้เงินได้คุ้มค่ามากขึ้น งานก็จะมีคุณภาพมากขึ้น มีคำนึงที่โดนใจคือ คนคิดทำหนังไทยต้องคิดให้มันออกจากกรอบนี้เสียที ที่พอพูดถึงจะทำหนังเกี่ยวกับความเป็นไทย ต้องมีฉาก กัดปลา ตีไก่ ทุกทีไป ทั้งๆ ที่มันคงไม่ใช่ แค่แฝงไว้ซึ่งปรัชญาการใช้ชีวิตหรือทัศนคติแบบไทยก็พอ
ผู้สร้างหนังเรื่องนี้ได้จับเอาประวัติศาสตร์มาศึกษาเรียบเรียง ใส่ความเป็นแฟนตาซีลงไป ยังกะ Pirates of the Caribbean ผมเห็นตัวอย่างหนัง ถึงกับอึ้งของพัฒนาการของวงการหนังไทย ดูหนังของคุณนนทรีย์มาก็หลายเรื่อง ดูว่าเรื่องนี้น่าจะคือสุดยอดของแกแล้ว ใช้งบประมาณกว่า 200 ล้านบาท หนังเรื่องนี้คาดหมายที่จะขายทั่วโลกได้ในปี 2008 โดยสหมงคลฟิล์ม
เนื่อเรื่องย่อก็ประมาณ
ในสมัยนึงของลังกาสุกะ ราชินีฮีเจาได้สั่งซื้อมหาปืนใหญ่ (ซึ่งเขาว่าเป็นกระบอกเดียวกันกับหน้ากระทรวงกลาโหมในปัจจุบัน) ระหว่างทางโดยโจรสลัดแย่งชิง ทำให้ปืนใหญ่จมสู่ท้องทะเล ทางโจรสลัดก็พยายามที่จะยึดลังกาสุกะ พร้อมๆ กันพยายามกู้มหาปืนใหญ่ขึ้นมาด้วย ทางลังกาสุกะจะมีคนดีมาช่วยอย่างไร คงต้องไปติดตามในโรงนะครับ เรื่องนี้ มีเวทย์มนต์เข้ามาใช้ในการต่อสู้อย่างมากมาย น่าตื่นตาตื่นใจมากๆ
ผมเลยลองหาอ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์ของรัฐปัตตานี ก็มีเรื่องที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน จะลองเล่าให้ฟังนะครับ
รัฐปัตตานีในอดีต ถูกปกครองโดยผู้หญิงมาอย่างยาวนานเป็นร้อยปี โดยรายาแห่งรุ้ง อิเจา(สีเขียว) บิรู(สีฟ้า) อังกู(สีม่วง) และกุหนิง หลังจากสุลตานมันชูร์ ชาห์ผู้เป็นพ่อสิ้นพระชนม์ ในปี คศ1572 ด้วยความที่มี ลูกเป็นผู้หญิงทั้งหมด (อิเจา บิรู อังกู ส่วนกุหนิงเป็นลูกของอังกู) ต้องปกครองบ้านเมืองที่มีอาณาเขตกว้างขวาง แต่ก็มีหลักฐานบ่งบอกชัดว่า ดินแดนแห่งนี้ภายใต้การปกครองของพวกเธอสงบสุข และมีทรัพย์สมบัติมหาศาลจากการค้าขายกับเพื่อนบ้านในภูมิภาค หรือแม้กระทั่งชาวตะวันตก บ้างก็ว่าด้วยความเก่งของพวกเธอเอง แต่บางทฤษฎีก็ว่าแท้จริง อำนาจต่างๆ ล้วนเป็นของพวกเสนาอมาตย์ ส่วนพวกเธอเป็นแค่ฉากบังหน้าดีๆ นี่เอง แต่พวกเธอก็ไม่วายถูกท้าทายอำนาจ มีกบฎหลายหน แต่ก็รอดพ้นมาได้
ด้วยความลึกซึ้งในการเมืองระหว่างรัฐของรายาอิเจา มีการส่งส่งน้องสาวคนเล็ก อังกู ไปแต่งงานกับสุลตานที่ปาหัง อาณาจักรมาเลย์ ทำให้เสริมความแข็งแกร่งเหนี่ยวแน่น นอกจากนั้น ยังมีการทำการค้าขายเจริญสัมพันธไมตรีอย่างดียิ่งกับจีน อินเดีย อินโดนีเซีย และในขณะนั้นก็ปลอดภัยจากอยุธยา เพราะกำลังติดพันศึกพม่า และเขมร
รายาอังกู ก็รู้ตัวดีว่า ตัวเองแต่งงานด้วยความเสียสละต่อแผ่นดิน ไม่ได้เกิดจากความรัก หลังจากสุลตานแห่งปาหังสิ้นประชนม์ เธอก็ได้กลับมาที่ปัตตานี และขึ้นครองรัฐหลังจากที่รายาบิรูสิ้นพระชนม์ โดยพาลูกสาว กุหนิง มาด้วย ซึ่งกุหนิงนี่เอง เป็นคนทำให้รัฐปัตตานีขึ้นสูงจุดสูงสุด และปกครองยาวนานถึง 50 ปี
กุหนิงถูกรายาบิรูผู้เป็นป้า ซึ่งครองรัฐปัตตานีขณะนั้น จับแต่งงานกับ ออกญาเดโชเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ขณะอายุเพียง 12 ปี ซึ่งขณะนั้นรายาบิรูได้เกรงต่ออำนาจของสยามภายใต้การปกครองของสมเด็จพระนเรศวร โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าความรู้สึกของผู้เป็นแม่อย่างรายาอังกู ไม่ทันไรหลังจากรายาอังกูขึ้นครองรัฐ มีนโยบายกระด้างกระเดื่องต่ออยุธยา เธอจัดแจงให้กุหนิงแต่งงานใหม่กับสุลตานแห่งยะโฮห์ เมื่อความทราบถึงออกญาเดโชสร้างความขุ่นเคืองอย่างมาก ส่งสาร์นขออนุญาตยกทัพเข้าตีปัตตานี แต่รายาอังกู ก็ได้ขอความช่วยเหลือไปยัง ปาหังและยะโฮห์ ทำให้ทัพสยามพ่ายไป
ชีวิตรักของกุหนิงยิ่งกว่านิยาย หลังจากสุลตานแห่งยะโฮห์ขอตัวกลับไปครองเมือง ก็ได้ฝากน้องชายไว้ช่วยดูแลเมืองปัตตานี ให้ปลอดภัยจากออกญาเดโช ปรากฎว่าเจ้าชายแห่งยะโฮห์แอบคบกับกุหนิง แต่หลังจากนั้นไม่นานเจ้าชายผู้นี้ก็ดันไปมีหญิงใหม่ ทำให้บริวารของกุหนิงไม่พอใจ แต่กุหนิงขอชีวิตไว้ให้ และส่งเจ้าชายกลับยะโฮห์
หลังจากรายาอังกูสิ้นพระชนม์ รายากุหนิงขึ้นครองรัฐแทน เป็นสมัยที่มีความเจริญรุ่งเรืองด้านการค้ายิ่งกว่ายุคไหนๆ พร้อมกับมีการปรับระดับความสัมพันธ์กับสยามให้ดีขึ้น สร้างสัมพันธไมตรีโดยการเยือนอยุธยา สมัยนั้นตรงกับรัฐสมัยของพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี
แต่ในที่สุดรายากุหนิงก็โดนยึดอำนาจโดยสุลตานแห่งกลันตัน และสุดท้ายลี้ภัยไปใช้ช่วงสุดท้ายในชีวิตที่ยะโฮห์ เป็นอันสิ้นสุดเรื่องราวของรายาแห่งปัตตานี
Filed under: news
ลองดู ลิ๊งค์ นี้สิ
ดูวิธีการให้อาหารสัตว์ของสวนสัตว์แห่งนึงในประเทศจีน โดยเอาการให้อาหารมาเป็นจุดขายในการท่องเที่ยวเข้าชม โดยนักท่องเที่ยวสามารถซื้ออาหารสัตว์เหล่านี้ แล้วให้โยนเข้าไป ในกรง แล้วให้มันกินให้ดูได้
แจ่มมั๊ยล่ะ
จากสำนักข่าว skynews




