|m Le’ chArt


my humble
April 23, 2007, 6:07 am
Filed under: Life

“ไม่มีใครที่จะทำให้เรารู้สึกต่ำต้อยได้หรอก ถ้าเราไม่ยินยอม”

ทั้งๆ ที่ผมจำประโยคนี้ได้ขึ้นใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม ในชีวิตที่ผ่านมา ผมก็ดันยอมให้ใครๆ ทำให้ผมรู้สึกแบบนี้ได้เสมอ

 ผมเป็นใครกัน…

 แม้ในปัจจุบันจะมีหลายคนที่บอกว่าผมสามารถทำโน่นทำนี่ได้ แต่มันก็ยังมีปมในใจคือ เราจะสามารถทำอย่างที่ใครเขาคาดหวังได้จริงน่ะเหรอ

พื้นฐานชีวิต ที่เกิดมาจากครอบครัวที่เคยยากลำบากมาก่อน เรียนในโรงเรียนที่ไม่ได้มีชื่อเสียง รู้สึกแปลกๆ ทุกครั้งถ้าใครถามว่า จบจากโรงเรียนอะไร ก็ไม่ได้อายอะไรหรอกครับ แต่ตอบไปก็ไม่มีใครรู้จัก เรียนในมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด ต่อที่สถาบันที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพ และถึงแม้ว่าจะจบมาด้วยเกรดที่ค่อนข้างจะสูง แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันอนาคต

ข้อเสีย
ผมนั้นค่อนข้างที่จะพูดไม่เก่ง ถนัดที่จะคิดแล้วก็ทำเสียมากกว่า ค่อนข้างที่จะจริงจังกับเรื่องที่ทำในทุกๆ อย่าง ฉะนั้นหลายคนที่ไม่รู้จัก หรือไม่เข้าใจ จะนึกว่า ผมเงียบและไม่ค่อยยุ่งกับใคร ซึ่งเป็นข้อเสียที่แก้ไม่หาย   

ข้อดี
อาจจะเป็นโชคที่ดีของผมที่สามารถเรียนรู้และเข้าใจอะไรๆ ได้เร็ว ทำให้อะไรๆ มันเป็น เพราะผมไม่ได้ชอบอ่านหนังสือ แต่ผมชอบดู คิดและสังเกต จึงมีข้อสงสัยให้ไปตามหาคำตอบอยู่เสมอ

ตอนเรียนจบใหม่ๆ นั้น ผมค่อนข้างจะไม่ได้ห่วงอนาคตเท่าไหร่ เพราะไม่เคยมีที่ไหนปฏิเสธการเข้าทำงานของผมเลย ผมยังจำได้ตอนสัมภาษณ์เข้างานในที่แรกๆ ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่มีชื่อเสียงและมีความมั่นคงมากๆ ได้มีการถามเรื่องความมั่นคงของการทำงาน ทางที่นั่นก็ได้ตอบกลับมาว่า

“ที่งานน่ะมั่นคง แต่คนสิ ไม่รู้จะมั่นคงหรือเปล่า” ช่างเป็นความจริง ที่พูดไม่ออกเลย

ตอนที่ทำงานแรกๆ ผมรู้สึกว่าทำให้ทางบ้านภูมิใจหลายๆ อย่าง อยู่ในตำแหน่งหน้าที่การงาน การเงิน น่าจะดีกว่าเพื่อนๆ ในระดับเท่าๆกัน แต่เมื่อทำงานไปได้ซักพัก ผมก็บอกกับตัวเองว่า สิ่งที่ทำอยู่มันยังไม่ใช่ ผมเครียด กลับมานั่งทุกข์ใจหลายหน ในที่สุดก็ตัดใจลาออกมาอยู่ที่ทำงานในปัจจุบัน TCDC

จากสายงานไอทีระบบทางการเงิน ที่เน้นไปในการพัฒนาระบบอย่างจริงจัง มาสู่ระบบห้องสมุด การทำงานที่อาศัยการวางแผนเพื่อตอบสนองต่อปัญหาด้านการปฏิบัติงานและการให้บริการ มันเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับผม ได้คิด ได้ลองทำโน่นทำนี่หลายอย่าง อันไหนที่ประสบความสำเร็จก็รู้สึกดีใจที่มีคนชื่นชม ผมยอมรับว่า ผมรักในงานปัจจุบันเข้าให้แล้ว

ผมได้มาอยู่กับวงการห้องสมุด วงการที่ดูเงียบๆ คนที่ทำงานบ้างก็รู้สึกว่าเป็นวิชาชีพที่ไม่ค่อยได้รับการเหลียวแล ก็เริ่มเห็นว่ามีอะไรให้ทำอีกมากมายเหลือเกิน คนภายนอกอาจคิดว่า เป็นอะไรที่ง่ายๆ วงการนี้จึงไม่ได้เคยรับการดูแลและพัฒนา คนอาจจะสงสัยว่าพวกบรรณารักษ์เขาทำอะไรกัน ผมเองก็เคยคิดแบบนั้น แต่พอได้เข้ามาทำงานจริงๆ ถึงได้รู้ว่ามันเป็นอะไรที่ค่อนข้างซับซ้อน ทำอย่างไรจะทำให้ผู้ใช้เกิดความสะดวกรวดเร็ว และเข้าใจง่าย เป็นสิ่งที่ต้องการการพัฒนาเป็นอย่างมาก

หลายๆ คนเค้าบอกว่า คนที่ทำงานที่นี่ ได้เงินเดือนเท่าโน้นเท่านี้ แล้วก็มาถามผม ผมก็ตอบว่า ไม่รู้ว่าใครได้เท่าไหร่หรอก แต่ที่ผมรู้คือ ผมไม่ได้ได้อะไรอย่างนั้น ผมมาอยู่ที่นี่เพราะอยากลองทำอะไรแปลกใหม่ดูบ้าง เงินเดือนก็ได้น้อยกว่าเดิม ในขณะที่ตอนนี้เพื่อนๆ ก็เจริญรุดหน้าในหน้าที่การงานมีเงินเดือนเยอะแยะกันไปเกือบหมดแล้ว ผมกลับยังพอใจกับจุดที่ผมยืนอยู่ เหมือนว่าผมยังมองเห็นโอกาสที่จะได้ทำโน่นทำนี้ให้กับวงการห้องสมุดนี้ ผมเริ่มเข้าใจกับคำว่า

“ได้ทำงานที่ตัวเองรัก มันเป็นกำไรของชีวิต”

(ไม่รู้จะคิดแบบนี้ได้อีกถึงเมื่อไหร่ ฮ่าๆๆ)

สถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนไป อะไรๆ ก็เปลี่ยนไป ผมก็เริ่มจะหวั่นไหวกับอุดมการณ์ของตัวเอง ที่บ้านผมเริ่มถามบ่อยๆ ว่า คิดกับอนาคตไว้ยังไง ผมเริ่มไม่รู้ว่าจะตอบยังไง มันเหมือนคนที่รู้สึกว่าตัวเองร่วมเป็นเจ้าของในกิจการงานอะไรซักอย่าง เห็นมันมาตั้งแต่ต้น ทุ่มเทมันลงไปด้วยกำลังมันสมองทั้งหมด ก็เลยคิดว่า อยากอยู่ดูให้รู้ว่าแล้วมันจะเป็นอย่างไรต่อไป

แต่ถึงไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ไม่เป็นไร

ทำอะไรตอนนี้ให้มันดีต่อไปดีกว่า เพื่อในอนาคตข้างหน้า จะมีคนเอาแนวคิดอะไรที่เราได้คิดได้ทำไว้ ไปทำให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวมได้มากขึ้น

Advertisements

Leave a Comment so far
Leave a comment



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s



%d bloggers like this: