|m Le’ chArt


money matter
April 25, 2007, 5:51 am
Filed under: Economics

เคยได้ยินใครซักคนพูดว่า

“คนเราไม่ได้รวยจากเงินที่หามาได้หรอก แต่รวยจากเงินที่ไม่ได้ใช้ต่างหาก”

ผมชอบคำพูดนี้มาก แล้วก็เห็นถึงความจริงที่สุดแสนจะจริง ที่พูดแบบนี้ก็ไม่ได้องุ่นเปรี้ยวที่จะประชดรายได้ของตัวเองที่ไม่ได้มากมายอะไร แต่มันเป็นความจริงที่บอกว่า ถ้าต่อให้เราหาเงินมาได้มากแค่ไหน แต่สุดท้าย ถ้าคุมรายจ่ายไม่ได้ มันก็ยากที่เราจะไปถึงจุดหมาย

เคยคิดเล่นๆ แบบนี้หรือเปล่าครับ สมมติว่าไม่ต้องทำงานประจำ อยู่บ้านเฉยๆ แล้วมีรายได้เดือนละ หมื่นกว่าๆ จะอยู่ได้พอกินหรือเปล่า ถ้าคิดได้แบบนี้ ก็ต้องคิดต่อมาว่าแล้วจะทำยังไงให้เรามีรายได้เดือนละหมื่นกว่าๆ

คำตอบ ก็จึงมาหยุดที่ สิ่งที่เขาเรียกๆ กันว่า ให้เงินทำงาน

ทีนี้เราจะใช้เงินเรา ให้ทำงานให้เราได้อย่างไร

จริงๆ ปัจจุบันการให้เงินสร้างดอกออกผลนั้นทำได้หลายอย่าง มีเครื่องมือทางการเงินออกมาเยอะแยะเต็มไปหมด แต่เราก็คงต้องประเมินตัวเราเองก่อน ว่าเราเป็นคนแบบไหน เวลาส่วนใหญ่เราใช้ทำอะไร แล้วเรายอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน

ผมลองเอาตัวเองเป็นกรณีศึกษา

ขั้นแรกประเมินว่า ที่ตัวเองจำเป็นต้องกินจำเป็นต้องใช้ แล้วหมุนเวียนเป็นเงินเท่าไหร่ ที่เหลือมันควรสร้างประโยชน์ทางการเงินให้เราได้ทั้งหมด ผมว่าเราไม่น่าใช้เกิน 30% ของเงินที่หามาได้ แต่มันก็แล้วแต่ภาระของแต่ละคน

ปรกติ เราก็เอาเงินฝากไว้ในออมทรัพย์ที่ธนาคารใช่ป่ะครับ ดอกเบี้ยได้ก็เหมือนไม่ได้ เพราะมันแสนจะน้อยแค่ 1-2% บางคนก็ไม่ได้สนใจอะไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมก็งงกับเขาว่า ทำไมถึงไม่ใส่ใจ แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานด้วยความเหนื่อยยากต่อไป บางคนเริ่มได้สติ ก็จะหันมาหาตัวเลือกถัดมา นั่นคือเงินฝากประจำ

เราก็กวาดสายตามองออกไปรอบๆ ทั้งแบงค์ใหญ่แบงค์เล็ก ก็ให้พิจารณาดูดีๆ ว่าใครที่จะสามารถให้ผลตอบแทนกับเราได้ดีที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่มักที่จะเป็นแบงค์ขนาดไม่ใหญ่

เงินฝากประจำแม้จะไม่มีความเสี่ยงด้านเงินต้น แต่ก็มีความเสี่ยงด้านรายได้ ที่มีโอกาสจะไม่ได้รับหากถอนคืนก่อนกำหนด แถมมีภาระภาษีอีก 15%

จากการประเมินสถานการณ์บ้านเมืองแล้ว ดอกเบี้ยเงินฝากก็ทำตัวเป็นสาระวันเตี้ยลงๆ ทุกวัน ถึงประจักษ์ว่า เงินฝากธนาคารชักจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีสำหรับเราอีกต่อไป สิ่งที่มองต่อมาก็คือ เอาเราเอาเงินไปลงทุนอะไรซักอย่างดีกว่า แต่ไอ้ครั้นจะไปสร้างสรรค์อะไร โดยการลงทุนค้าขายอะไรนั้น บอกตามตรงว่า ไม่ค่อยถนัด แล้วผมก็ยอมรับความเสี่ยงที่จะขาดทุนมากขนาดนั้นไม่ไหว

เราจึงต้องมาประเมินต่อว่า เรายอมรับความเสี่ยงได้แค่ไหน ซึ่งกฎตายตัวของการลงทุนก็คือ High Risk High Return การลงทุนใดๆ ก็ตาม เราจึงไม่สามารถที่จะคาดหวังไว้ได้ว่า เงินต้นของเราจะยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่โอกาสที่เราจะได้รับผลตอบแทนมากขึ้น หรือน้อยลงมีโอกาสมากกว่าเสมอ

ในอดีตที่ผ่านมา ผมเคยเอาเงินทุนส่วนนึงเข้าไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์(ตราสารทุน) ผมก็ยอมรับว่า เป็นทางนึงที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี แต่ความเสี่ยงมันก็มีอยู่เยอะมาก เจ็บตัวมาก็เยอะมาก เราต้องติดตามสถานการณ์ของบริษัทตลอดเวลา และนี่เป็นส่วนที่จะทำให้เราเสียเปรียบพวกที่รู้ก่อนล่วงหน้า หรือมีคนในอยู่ในบริษัท ที่เขาเรียกกันว่า insider นอกจากนั้นมันยังขึ้นอยู่กับสภาพทางเศรษฐกิจ นโยบายรัฐอะไรอีกหลายอย่าง เช่นเมื่อเราอ่านข่าว ต้องมานั่งตีความว่า มันมีผลกระทบกระเทือนอะไรกับหุ้นที่เราถืออยู่หรือเปล่า หลักการอันแสนง่ายที่ทำยาก นั่นคือ ข่าวดี(สีเขียว)ให้ขาย ข่าวร้าย(สีแดง)ให้ซื้อ มันต้องทำการฝึกจิตอีกหลายปี ตอนนี้ผมยอมรับว่า ยังไม่พร้อม เมื่อเราคิดว่าเราซื้อถูกแล้ว จะรู้ได้อย่างไรว่าไม่มีถูกกว่านี้

แล้วเราก็มาดูว่า งั้นเขามีอะไรให้เราเล่นได้อีกบ้าง 

ตราสารเงิน ตราสารหนี้ พันธบัตร ตราสารทุน อนุพันธ์ ทองคำ เงินตราต่างประเทศ blah blah blah…

จะเห็นว่าเยอะแยะ ตาลายไปหมด เป้าหมายของเราคือ ซักวันนึงเราจะหยุดทำงานแล้วนอนกินดอกผล แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ฉะนั้น เราก็จำเป็นต้องทำงานประจำอยู่ เราคงไม่มีเวลาไปนั่งเฝ้าสิ่งเหล่านี้ได้ตลอด ฉะนั้นเราต้องเลือก

ผมจึงเลือกที่จะเล่นบางตัวเท่านั้น ฉะนั้นตอนนี้ผมเลือก ตราสารเงิน ตราสารหนี้ พันธบัตร และตราสารทุน (จริงๆ ทองคำน่าสนใจ และไม่มีวันมีค่าเป็นศูนย์ แต่ทำไมผมไม่ค่อยชอบซื้อทองก็ไม่รู้) เหลือบขึ้นไปดู อ้าว ก็เลือกเกือบหมดทุกอย่าง แต่เปล่า ผมไม่ได้ลงทุนเอง ผมใช้วิธีลงทุนผ่านกองทุน

จริงๆ แล้ว บางอย่างเราสามารถเล่นด้วยตัวของเราเองได้ แต่บางอย่าง ถ้าทุนน้อยไม่สามารถเล่นได้ ซึ่งมันก็จะมีข้อจำกัดอะไรแตกต่างกันไป แต่ข้อจำกัดมันก็จะลดลงถ้าเราลงทุนผ่านสถาบันด้านการเงินที่เขาเรียกว่า บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หรือ บลจ. แนวคิดก็คือ เราต้องการลงทุนในอะไรหลายๆ อย่าง แต่ไม่มีเวลาหรือสติปัญญาลงทุนเอง ก็เหมือนเราเอาเงินไปทำกองทุนรวมกับคนอื่น แล้วก็เลือกว่า เราจะลงทุนในอะไร มีความเสี่ยงอย่างไร แล้วก็ให้คนมาช่วยบริหาร แล้วเขาก็คิดค่าใช้จ่ายในการบริหารนิดหน่อย

ทีนี้เมื่อเรารู้จักกับช่องทางในการสร้างดอกผลที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนมากนักเพิ่มมาอีก 1 ช่องทางแล้ว ต่อไปผมก็ต้องมาประเมินว่า แล้วเราจะจัดสรรเงินในการลงทุนในกองทุนต่างๆ อย่างไร เพื่อไม่ให้เสี่ยงจนเกินไป และผลตอบแทนกำลังดี

ไว้ต่อตอนหน้าแล้วกันครับ

Advertisements

2 Comments so far
Leave a comment

ง่ะ เรื่องเงินๆทองๆ ไม่ค่อยจะรู้เรื่องง่ะ

ฝากไว้ blog นึง

http://mymoney.wordpress.com/

Comment by gooogolf

หวยสิครับคุณบอล
บน ล่าง โต๊ดเต๊ง รับรอง

จนหนักกว่าเดิม คิคิคิ

Comment by monkeyfakegod




Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s



%d bloggers like this: