|m Le’ chArt


The Queen of Pattani
May 27, 2007, 11:49 am
Filed under: Entertainment

เห็นคุณนนทรีย์ กำลังทำหนังเรื่องปืนใหญ่โจรสลัด โดยตอนแรกใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Queen of Pattani เห็นครั้งแรกตกใจเลย ว่าทำไมถึงกล้า ไม่กลัวปัญหาการเมืองเหรอ แต่ภายหลังได้ข่าวว่าเปลี่ยนชื่อไปแล้ว

วันก่อนได้ฟังคุณนนทรีย์กับคุณเอก เอี่ยมชื่น มาพูดถึงการกำกับเรื่องนี้ที่ TCDC มีอะไรที่น่าสนใจเยอะทีเดียว

เขาเล่าให้ฟังถึงการทำงานร่วมกัน แบบเป็นคู่บุญกันมา นนทรีย์กำกับ เอกทำโปรดักชั่นดีไซน์ให้ หลายต่อหลายเรื่อง โดยเราที่เป็นคนดู ก็จะเห็นการพัฒนาการของคู่นี้มาเป็นลำดับ ในระยะแรก ด้วยความที่ทั้งคู่จบ dec มา ไม่ได้รู้เรื่องทำหนังเท่าไหร่ ส่วนใหญ่คิดสิ่งต่างๆ จากภาพ และบรรยากาศ เลยเอาความสวยงามของฉากมาเป็นจุดขาย กลบข้อด้อยจุดอื่นๆ เอา design มาข่มการแสดง ก็อาจจะเป็นอะไรที่เราเห็นกันดาดดื่นในหนังไทยทั่วไป ที่ดูหนังไทยพากันสงสัยว่า ทำไมหนังไทยถึงทำโปสเตอร์ได้สวยจัง หรือ ตัดหนังตัวอย่างดีจัง แต่เรื่องจริงๆ ไม่มีอะไรเลย

เขาเลยคิดว่า จะเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว เขาจึงต้องมีการศึกษาด้านการแสดงอย่างจริงจัง เพราะการแสดงที่จะถ่ายทอดออกมาดีได้ แค่ความรู้สึกว่ามันควรเป็นแบบนั้นแบบนี้ไม่พอ มันต้องมีความสมจริงกว่านั้น ซึ่งผู้กำกับต้องเข้าใจ เขาเลยได้ศึกษา เรียนรู้และพัฒนามาเรื่อยๆ  

ส่วนด้านคุณเอก ก็มีการศึกษามากขึ้น วิจัยมากขึ้น อย่างในเรื่องล่าสุด ก็มีการศึกษาวิจัยแหลมมาลายู จากสมัยที่เคยทำเรื่อง 2499 ใช้เงินทำ production แค่ล้านเดียว มาถึงเรื่องล่าสุดที่ใช้เงิน 9 ล้าน เขาบอกว่า เวลาที่ผ่านมา ทำให้เขาใช้เงินได้คุ้มค่ามากขึ้น งานก็จะมีคุณภาพมากขึ้น มีคำนึงที่โดนใจคือ คนคิดทำหนังไทยต้องคิดให้มันออกจากกรอบนี้เสียที ที่พอพูดถึงจะทำหนังเกี่ยวกับความเป็นไทย ต้องมีฉาก กัดปลา ตีไก่ ทุกทีไป ทั้งๆ ที่มันคงไม่ใช่ แค่แฝงไว้ซึ่งปรัชญาการใช้ชีวิตหรือทัศนคติแบบไทยก็พอ

ผู้สร้างหนังเรื่องนี้ได้จับเอาประวัติศาสตร์มาศึกษาเรียบเรียง ใส่ความเป็นแฟนตาซีลงไป ยังกะ Pirates of the Caribbean ผมเห็นตัวอย่างหนัง ถึงกับอึ้งของพัฒนาการของวงการหนังไทย ดูหนังของคุณนนทรีย์มาก็หลายเรื่อง ดูว่าเรื่องนี้น่าจะคือสุดยอดของแกแล้ว ใช้งบประมาณกว่า 200 ล้านบาท หนังเรื่องนี้คาดหมายที่จะขายทั่วโลกได้ในปี 2008 โดยสหมงคลฟิล์ม

เนื่อเรื่องย่อก็ประมาณ
ในสมัยนึงของลังกาสุกะ ราชินีฮีเจาได้สั่งซื้อมหาปืนใหญ่ (ซึ่งเขาว่าเป็นกระบอกเดียวกันกับหน้ากระทรวงกลาโหมในปัจจุบัน) ระหว่างทางโดยโจรสลัดแย่งชิง ทำให้ปืนใหญ่จมสู่ท้องทะเล ทางโจรสลัดก็พยายามที่จะยึดลังกาสุกะ พร้อมๆ กันพยายามกู้มหาปืนใหญ่ขึ้นมาด้วย ทางลังกาสุกะจะมีคนดีมาช่วยอย่างไร คงต้องไปติดตามในโรงนะครับ เรื่องนี้ มีเวทย์มนต์เข้ามาใช้ในการต่อสู้อย่างมากมาย น่าตื่นตาตื่นใจมากๆ

ผมเลยลองหาอ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์ของรัฐปัตตานี ก็มีเรื่องที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน จะลองเล่าให้ฟังนะครับ

รัฐปัตตานีในอดีต ถูกปกครองโดยผู้หญิงมาอย่างยาวนานเป็นร้อยปี โดยรายาแห่งรุ้ง อิเจา(สีเขียว) บิรู(สีฟ้า) อังกู(สีม่วง) และกุหนิง หลังจากสุลตานมันชูร์ ชาห์ผู้เป็นพ่อสิ้นพระชนม์ ในปี คศ1572 ด้วยความที่มี ลูกเป็นผู้หญิงทั้งหมด (อิเจา บิรู อังกู ส่วนกุหนิงเป็นลูกของอังกู) ต้องปกครองบ้านเมืองที่มีอาณาเขตกว้างขวาง แต่ก็มีหลักฐานบ่งบอกชัดว่า ดินแดนแห่งนี้ภายใต้การปกครองของพวกเธอสงบสุข และมีทรัพย์สมบัติมหาศาลจากการค้าขายกับเพื่อนบ้านในภูมิภาค หรือแม้กระทั่งชาวตะวันตก บ้างก็ว่าด้วยความเก่งของพวกเธอเอง แต่บางทฤษฎีก็ว่าแท้จริง อำนาจต่างๆ ล้วนเป็นของพวกเสนาอมาตย์ ส่วนพวกเธอเป็นแค่ฉากบังหน้าดีๆ นี่เอง แต่พวกเธอก็ไม่วายถูกท้าทายอำนาจ มีกบฎหลายหน แต่ก็รอดพ้นมาได้

ด้วยความลึกซึ้งในการเมืองระหว่างรัฐของรายาอิเจา มีการส่งส่งน้องสาวคนเล็ก อังกู ไปแต่งงานกับสุลตานที่ปาหัง อาณาจักรมาเลย์ ทำให้เสริมความแข็งแกร่งเหนี่ยวแน่น นอกจากนั้น ยังมีการทำการค้าขายเจริญสัมพันธไมตรีอย่างดียิ่งกับจีน อินเดีย อินโดนีเซีย และในขณะนั้นก็ปลอดภัยจากอยุธยา เพราะกำลังติดพันศึกพม่า และเขมร

รายาอังกู ก็รู้ตัวดีว่า ตัวเองแต่งงานด้วยความเสียสละต่อแผ่นดิน ไม่ได้เกิดจากความรัก หลังจากสุลตานแห่งปาหังสิ้นประชนม์ เธอก็ได้กลับมาที่ปัตตานี และขึ้นครองรัฐหลังจากที่รายาบิรูสิ้นพระชนม์ โดยพาลูกสาว กุหนิง มาด้วย ซึ่งกุหนิงนี่เอง เป็นคนทำให้รัฐปัตตานีขึ้นสูงจุดสูงสุด และปกครองยาวนานถึง 50 ปี

กุหนิงถูกรายาบิรูผู้เป็นป้า ซึ่งครองรัฐปัตตานีขณะนั้น จับแต่งงานกับ ออกญาเดโชเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ขณะอายุเพียง 12 ปี ซึ่งขณะนั้นรายาบิรูได้เกรงต่ออำนาจของสยามภายใต้การปกครองของสมเด็จพระนเรศวร โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าความรู้สึกของผู้เป็นแม่อย่างรายาอังกู ไม่ทันไรหลังจากรายาอังกูขึ้นครองรัฐ มีนโยบายกระด้างกระเดื่องต่ออยุธยา เธอจัดแจงให้กุหนิงแต่งงานใหม่กับสุลตานแห่งยะโฮห์ เมื่อความทราบถึงออกญาเดโชสร้างความขุ่นเคืองอย่างมาก ส่งสาร์นขออนุญาตยกทัพเข้าตีปัตตานี แต่รายาอังกู ก็ได้ขอความช่วยเหลือไปยัง ปาหังและยะโฮห์ ทำให้ทัพสยามพ่ายไป

ชีวิตรักของกุหนิงยิ่งกว่านิยาย  หลังจากสุลตานแห่งยะโฮห์ขอตัวกลับไปครองเมือง ก็ได้ฝากน้องชายไว้ช่วยดูแลเมืองปัตตานี ให้ปลอดภัยจากออกญาเดโช ปรากฎว่าเจ้าชายแห่งยะโฮห์แอบคบกับกุหนิง แต่หลังจากนั้นไม่นานเจ้าชายผู้นี้ก็ดันไปมีหญิงใหม่ ทำให้บริวารของกุหนิงไม่พอใจ แต่กุหนิงขอชีวิตไว้ให้ และส่งเจ้าชายกลับยะโฮห์

หลังจากรายาอังกูสิ้นพระชนม์ รายากุหนิงขึ้นครองรัฐแทน เป็นสมัยที่มีความเจริญรุ่งเรืองด้านการค้ายิ่งกว่ายุคไหนๆ พร้อมกับมีการปรับระดับความสัมพันธ์กับสยามให้ดีขึ้น สร้างสัมพันธไมตรีโดยการเยือนอยุธยา สมัยนั้นตรงกับรัฐสมัยของพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี

แต่ในที่สุดรายากุหนิงก็โดนยึดอำนาจโดยสุลตานแห่งกลันตัน และสุดท้ายลี้ภัยไปใช้ช่วงสุดท้ายในชีวิตที่ยะโฮห์ เป็นอันสิ้นสุดเรื่องราวของรายาแห่งปัตตานี

Advertisements

4 Comments so far
Leave a comment

I THINK YOUR FILM IS FULL LIE

Comment by KURA

ครับ น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะคิดว่าเรื่องทั้งเรื่องไม่ได้ base มาจากเรื่องจริงนะครับ genre ของหนังก็เป็นแฟนตาซี เพียงแต่คิดว่า ที่เขาศึกษาอะไรด้วย น่าจะเพราะต้องการให้เหมือนติดความจริงไว้หน่อยๆ ดูขลังดี

Comment by |m Le' chArt

ผมชอบเรื่องราวของประเทศไทยมากเลยครับ

Comment by stemis

Good post. I learn something new and challenging on websites
I stumbleupon on a daily basis. It will always be
useful to read through content from other writers and use something from their web
sites.

Comment by ภาษาญี่ปุ่น




Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s



%d bloggers like this: