|m Le’ chArt


Let love lead the way
August 13, 2007, 4:31 pm
Filed under: Design

ถ้าจับสังเกตได้ จะเห็นว่าที่ผ่านๆ มา TCDC ได้พูดถึงการออกแบบที่มาจากพื้นฐานของปัญหา พื้นฐานของความกันดาร แล้งแค้น ความกดดัน แต่นิทรรศการใหม่ของ TCDC ที่แสดงอยู่ตอนนี้ พูดถึุงความสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจาก “ความรัก”

ความรักที่แปลว่า การได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก

คิดเหมือนกันใช่มั๊ยครับว่า ทำอะไรด้วยความรัก เรามักทำมันได้ีดีเสมอ แล้วมันจะยิ่งดีขึ้นไปอีก ถ้าสิ่งที่เรารักนั้นมันสามารถสร้างรายได้ให้ได้ด้วย เขาถึงว่ากันว่า การได้ทำอะไรที่รัก มันเป็นกำไรของชีวิตจริงๆ

Love and Money เป็นนิทรรศการที่พูดถึงการสร้างความสมดุลย์ ระหว่างความรัก หรือการที่อยากที่จะทำอะไรตามใจของนักออกแบบ แต่สิ่งนั้นสามารถสร้างรายได้กลับคืนมาได้ด้วย

การทำอะไรตามใจนั้นหมายถึงการทำสิ่งที่ตัวเองถนัด แล้วก็พอใจจะทำอย่างนั้นด้วยความเต็มใจ เต็มที่กับมัน

Curator ได้เลือกผลงาน 20 งานออกแบบที่มีผลงานโดดเด่น ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ตามใจที่ฝัน และทำเงินได้อย่างมากมาย เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก งานออกแบบเหล่านี้เป็นของประเทศอังกฤษ ประเทศที่ได้ชื่อว่าเขาสามารถทำให้การออกแบบ และการใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นสินค้าส่งออกได้

ถ้าดูๆ ไปแล้ว Key of success ผมว่ามันเป็นการคิดแบบที่มวลชนเข้าถึงมันได้ง่าย งานที่เอามา ก็ไม่ได้เกิดจากบริษัทใหญ่โตอะไร เป็นงานที่เริ่มจากจุดเล็กๆ ที่กระจายความสำเร็จออกสู่วงกว้างทั้งสิ้น เช่น วง Gorillaz เริ่มจากมีคนวาดการ์ตูน กะวงดนตรีที่มีความฝันร่วมกัน ผลิตงานเพลงที่ใช้ช่องทางแปลกใหม่ จนโด่งดังไปทั่วโลก แต่เมื่อประสบความสำเร็จมากมายแล้ว มีคนติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์เข้ามา เพื่อจะไปทำโน่นนี่ แต่เจ้าของเอง ก็ไม่ได้ขายออกไป เพราะต้องการคุมคุณภาพให้อยู่แบบนั้น มีรายได้แค่พอสมควร ผมชอบความพอเพียงแบบนี้นะ เพราะถ้าขายออกไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะออกมาแบบไหน

อีกนิทรรศการนึง Mechanic Alive เป็นเรื่องเกี่ยวกับหุ่นไม้ นิทรรศการนี้มีเสน่ห์อย่างเหลือเชื่อ ดูแล้วก็ทึ่งกับจินตนาการความเพียรที่จะประกอบฝัน จากเศษไม้ชิ้นเล็กๆ

นิทรรศการพวกนี้ สอนเราเราให้ดูเขาแล้วเอากลับมาคิด มีแค่ความฝันเป็นทุน เขาจัดการกับความฝันของเขาอย่างไร ที่เหลือต้องคิดกันต่อเองว่า ถ้าเรามีความฝัน เราจะทำอย่างไรกับมัน

ยิ่งเมื่อเห็นข่าวกิจการโน่น กิจการนี่ปิด เพราะรับจ้างเขาผลิต พออะไรๆ มันเปลี่ยนไปก็อยู่ด้วยตัวเองไม่ได้ ทางรอดมีอยู่ไม่กี่ทางก็อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ ถ้าเราคิดอะไรเอง ทำเองได้ มันก็เป็นอะไรที่ยั่งยืนมากขึ้น ผมว่าเริ่มจาก ทำอะไรที่เราชอบที่เราถนัดนี่แหละ เวิร์กสุด แต่ความยากมันอาจจะอยู่ที่ เราจะคิดหาสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เราถนัด แล้วจะพัฒนาศักยภาพสิ่งเหล่านั้นมันขึ้นมาได้หรือเปล่า

Advertisements


Ideal Toilet
May 29, 2007, 11:35 pm
Filed under: Design

พูดถึงเรื่องส้วมแล้วขออีกตอนละกันครับ ส้วมที่สุดยอดที่สุดในโลกคงหนีไม่พ้นจีน ดูรูปสิ…นั่งไปคุยกันไปได้ด้วย

แต่อะไรแบบนี้ ก็คงพอที่จะรู้ๆ กันแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จีนกำลังจะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิคในปี 2008 มีการปฏิวัติสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นจุดอ่อนด้านการท่องเที่ยวของตัวเองแทบทั้งหมด และเขาก็รู้กันดีว่า ส้วม เป็นปัญหาวิกฤตระดับชาติ

สมมติมีโจทย์อยู่ว่า โลกในปัจจุบันต้องประหยัด โดยเฉพาะน้ำ ที่มีต้นทุนสูงขึ้นทุกที คุณจะออกแบบอย่างไรให้ส้วมของคุณประหยัดน้ำมากที่สุด

แต่คนจีนมีสมองอันน่ามหัศจรรย์ พอได้โจทย์แบบนี้ เขาก็กล้าที่จะบอกว่า สามารถคิดส้วมสาธารณะที่ไม่ใช้น้ำเลย แถมมีความ(น่าจะ)สะอาดอีกต่างหาก ออกมาได้ทันที และปัจจุบันมีการใช้จริงแล้ว อีกต่างหากที่แถวกำแพงเมืองจีน ลองดูรูปแล้วจินตนาการสิครับ ว่ามันทำงานยังไง

 

ส้วมที่เขาออกแบบนี้ ใช้ระบบไฟฟ้าครับ บริเวณผนังห้อง จะมีปุ่มนึงไว้กดครับ พอกดปุ๊บ มอเตอร์ก็จะดูดพลาสติกที่รองรับของเสีย ลงไปบ่อเกรอะด้านล่าง รวมถึงส่วนที่ใช้รองนั่งด้วย หมุนเอาพลาสติกชิ้นใหม่ที่ยังไม่มีการใช้ขึ้นมาตรงบริเวณฝารองนั่งแทน

ฟังดูก็สะอาดดีนะครับ ว่ามะ แต่สำหรับผู้หญิงคงลำบากหน่อยที่จะเชื่อใจ

 ยังไงผมก็ว่า เขาคิดได้ดีนะครับ แต่อาจจะต้องมีการพัฒนาด้านการออกแบบกันไปอีกไกลเลยทีเดียว



Design Instinct
May 8, 2007, 11:27 pm
Filed under: Design

เวลาคุณเห็นงานออกแบบ แล้วเคยนึกถึงสิ่งที่มันอยู่ภายใต้ความคิดของนักออกแบบหรือเปล่าครับ ลึกลงไปบางทีเราอาจจะมองเห็นเอกลักษณ์ที่ซ่อนไว้อย่างประหลาด

มีคนเคยบอกว่างานออกแบบอย่างเช่นของ Rem Koolhaas ตอนเขาออกแบบเขาก็ไม่เคยนึกว่าเขาเป็น Dutch หรือต้องใส่เอกลักษณ์ของประเทศตัวเองลงไป แต่พอคนเห็นงานของเขา แล้วก็มักจะพูดกันว่า มันมีเสน่ห์ความเป็น Dutch จังเลย เหมือนกับเราเห็นงานของนักออกแบบญี่ปุ่น ที่มักจะแฝงความเรียบง่าย minimal คล้ายลัทธิ Zen

สมมติว่า เราจะให้ออกแบบอะไรที่มันมีกลิ่นความเป็นไทย ทำไมคนต้องไปนึกถึง การใส่ลายกนก หรืออะไรที่มันไท๊ยไทย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่ เราไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น แค่ถ่ายทอดมันออกมาในแบบที่เราเป็น แค่นั้นก็พอ สุดท้ายแล้วมันจะสะท้อน ชีวิตและวิถีชีวิตแบบไทยออกมาเอง โดยไม่ต้องปั้นแต่ง

ช่วงนี้ (10 พค 2550 –  17 มิย 2550) TCDC ด้วยความกรุณาจาก Svensk Form จัดงาน Improving Life ดีไซน์สวีเดน…ใส่ใจสารทุกข์สุกดิบ เนื้อหาน่าสนใจมากครับ เกี่ยวกับการออกแบบสิ่งของต่างๆ ที่คิดถึง วิถีชีวิต ความช่างคิดในการแก้ไขปัญหาที่เจอ ทำให้เกิดความสะดวกสบายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ จริงๆ มีงานออกแบบของสวีเดนมากมาย ที่เราเห็นผ่านๆ ตาแต่เราอาจจะไม่รู้ว่าเป็นงานออกแบบของคนสวีเดน บริษัทที่ดังๆ ก็เช่น Volvo, Absolute Vodka, Electrolux, Tetra Pak, Ericsson …ฯลฯ เราดูยี่ห้อเหล่านี้เราก็จะพอนึกๆ ได้ว่า ถ้าเทียบความเก๋ของการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอก ยี่ห้อพวกนี้คงสู้ไม่ได้ แต่มันมีเรื่องอะไรที่เขาคำนึงมากกว่านั้น ซึ่งสิ่งเหล่านั้น เก๋มาก

ตัวอย่างนึงที่เห็นได้ชัด คนสวีเดนเป็นคนที่มีนิสัยรักความปลอดภัย คำนึงถึงสุขภาพเป็นหลัก อุปกรณ์ที่เขาคิดขึ้นมา มันมีสิ่งเหล่านี้แฝงอยู่ด้วยเสมอ พวกเขาออกแบบเข็มขัดนิรภัยที่ใช้ในรถยนต์แบบ 3 จุดเป็นบริษัทแรกของโลกโดยวอลโว่ ซึ่งใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

นักออกแบบของเขาจะคิดถึงสิ่งเหล่านี้อยู่เสมอ อะไรที่เป็นอุปนิสัยของเขา เขาใส่ใจ
ลองกลับมาคิดดูบ้างดีมั๊ยว่า ไทยๆ อย่างเรามีอะไรแฝงอยู่ แล้วเรามองสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเราอย่างไร
 



Designed Technology
May 5, 2007, 10:41 am
Filed under: Design, Technology

เห็นรูปนี้แล้วคิดว่าเขาเอาไว้ทำอะไรครับ

ผมชอบจังความคิดอะไรแบบนี้

ปีที่แล้ว มี นศ 3 คน ได้แก่ Jea Wan Park, Hideaki Matsui และ Dong Ho Yun จาก Parsons ที่ New York ไปชนะ 2006 International Design Competition ที่ประเทศไต้หวัน เป็นการผสมผสานระหว่าง การออกแบบ เทคโนโลยี และพฤติกรรมมนุษย์ ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

แนวคิดของเขาคือ ปรกติคนเราเมื่อเจอกัน มักจะจับมือกัน และมีการแลกนามบัตร เขาเลยคิดแหวน ที่เมื่อคนใส่ แล้วมาจับมือกัน จะมีการโอนถ่ายข้อมูลระหว่างกัน โดยไม่ต้องมีการแลกนามบัตร แล้วพอเมื่อกลับบ้าน ก็มีอุปกรณ์ในการถ่ายข้อมูลออกมา ว่าเราได้ไปจับมือใครมาบ้าง เป็นไง คิดได้ไงไม่รู้ เก๋ใช่มั๊ยล่ะครับ

มี phototype ออกมาแล้วด้วยครับ 

แต่แนวคิดนี้ ก็คล้ายๆ กันกับ iBand ของ MIT Media Lab ที่ออกมาก่อนหน้านั้น แต่อันนั้นเป็นในรูปแบบ wristband ใช้แนวคิดในการจับมือแลกเปลี่ยนข้อมูลเหมือนกัน

ผมชอบแนวคิดของการออกแบบที่ใช้แก้ปัญหา หรือมองเห็นโอกาสของ LifeStyle ที่ทำให้ชีวิตสะดวกขึ้น ดีกว่าแค่ออกแบบเพื่อรูปลักษณ์และความสวยงามเท่านั้น ถ้านักออกแบบบ้านเราคิดอะไรในแนวๆ นี้เยอะๆ คงจะดี



Good EGD
May 2, 2007, 11:50 pm
Filed under: Design

เห็นใน art4d (#135) ลงเรื่องราวของ G49 ที่ส่งผลงานเข้าประกวดในรางวัลเกี่ยวกับการออกแบบด้านกราฟฟิก ที่จัดโดย SEGD (Society of Environmental Graphic Design) ซึ่งถ้าอ่านในเว็บขององค์กรนี้ เขาก็จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับ EGD ไว้แบบนี้นะครับ

Environmental Graphic Design embraces many design disciplines including graphic, architectural, interior, landscape, and industrial design, all concerned with the visual aspects of wayfinding, communicating identity and information, and shaping the idea of place.

ทีนี้ผลงานที่ G49 ส่งเข้าประกวดเนี่ย ก็ได้อ้างอิง wayfinding ที่ทำไว้ให้กับ TCDC ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่บริษัทของไทยสามารถได้รับรางวัลระดับโลก และได้รับรางวัลที่จะสามารถการันตีได้ว่า ผลงานที่ทำมันเป็น “Good Design”

g492.jpg

โดยส่วนตัว ผมก็ว่าสมควรแล้วล่ะครับที่จะได้รับรางวัล ยิ่งดูผลงานที่เขาเคยแจกในปีที่ผ่านๆ มาก็ถือว่างานนี้ค่อนข้างโด่นเด่น ถ้ามองในเรื่องการออกแบบที่ผ่านความคิดอันสลับซับซ้อน แถมยังใช้เทคนิคใหม่อันแปลกตา เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้พบเห็น

g493.jpg

ด้วยความที่ผนังที่ TCDC ส่วนใหญ่เป็นเหล็กทาสีดำ ทาง G49 เลยออกแบบ ป้ายชี้บอกทางต่างๆ เป็น magnet ที่ตัวแผ่นหล่อจาก PVC แล้วก็มีสัญลักษณ์ที่บอกถึงบริการต่างๆ ที่มีภายใน TCDC ซึ่งผู้ใช้ ต้องอาศัยการสังเกต ตีความ และการจดจำสัญลักษณ์ต่างๆ ดูสนุกสนานเหมือนการเล่นเกม

g491.jpg

 แต่ถ้าใครไปที่ TCDC ตอนนี้ ก็อาจจะมีข้อสงสัยว่า ไม่เห็นมีเลย มันหายไปไหน โดยเฉพาะ directory อันใหญ่ที่ใช้หลักการคล้าย jigsaw ผลงานชิ้นโบว์แดงที่เป็นตัวนำในการได้รับรางวัลจาก SEGD จนบทความใน art4d ฉบับดังกล่าว ก็ได้ตัดพ้อประมาณว่า ลูกค้าไม่เข้าใจ ใช้ยาก รื้อออกไปหมด

 ตามความคิดเห็นของผมคือ แค่ใช้ยาก คงไม่ใช่เหตุที่ต้องรื้อออก แต่มันน่าจะมีปัญหาในการติดตั้งเยอะพอสมควร

1 ด้วยความที่ป้ายทำจาก PVC แล้วฝังแผ่นแม่เหล็ก ขนาดเล็กลงไป เพื่อที่จะทำให้มีลักษณะเป็น magnet แต่ตัวน้ำหนักของแผ่นป้ายนั้นแต่ละอัน มีน้ำหนักค่อนข้างมาก ทำให้ไม่สามารถติดอยู่กับผนังได้อย่างดี แผ่นป้ายนานวันก็ยิ่งจะร่วงหลุดออก แม้ในภายหลังได้พยายามแก้ไขโดยใช้กาวมาทาเพื่อยึดติด แต่ก็ดูเหมือนก็ยังทยอยหลุดกันอย่างต่อเนื่อง

2 โจทย์ที่ทางบริษัทรู้ดีว่า มันต้องสามารถมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เนื่องจากสถานที่ยังใหม่ และช่วงแรกเป็นเสมือนช่วงทดลอง อาจมีการปรับพื้นที่จึงคิดทำในรูปแบบ ที่ปรับปรุงได้คล้าย jigsaw แต่เมื่อเทคนิคที่เอามาแก้ไข เป็นการใช้การติดกาว ทำให้เกิดความยุ่งยากในการปรับเปลี่ยน และกาวก็สร้างความเสียหายให้กับผนังเหล็กได้ง่าย

3 ใครที่ไม่เคยมา แล้วต้องมาฟังบรรยายที่ TCDC ทุกวันนี้ก็ยังคงมีคนหลงทางเสมอ ไม่รู้ว่าห้อง auditorium มันอยู่ที่ไหน ป้ายที่ทำบอก signage ชี้ทางไป auditorium ไม่ได้ถูกแกะออกไปนะครับ แต่ก็เหมือนว่า ทำไมไม่มีคนมองขึ้นไป เลยต้องมีการทำป้ายชี้ทาง auditorium ไว้ด้านหน้าตรงทางแยกทุกครั้งไป

4 TCDC เป็นพื้นที่ที่ให้บริการแก่สาธารณะ ตามความคิดผมก็ไม่รู้ว่าเหมาะหรือเปล่า ที่เอาของที่แกะได้ หลุดได้ง่าย มาทำเป็นป้ายแบบนี้ ทุกตัวอักษร มีประทับตรา TCDC อย่างสวยงาม ลักษณะมองเผินๆ คล้ายที่รองแก้ว เหมาะแก่การเอากลับไปทำเป็นของที่ระลึกอย่างยิ่ง

ก็เลยกลายเป็นเรื่องที่ทำให้เรียนรู้ว่าการออกแบบที่ดีนั้นบางทีในเรื่องการเอามาประยุกต์ใช้จริง มันอาจจะต้องปรับอะไรอีกเยอะกว่าจะสมบูรณ์ แต่ที่นอกเหนือกว่านั้นที่ผมไม่รู้คือ ทำไมงานถึงไม่ได้รับการแก้ไขอย่างสมควร