|m Le’ chArt


And I am telling you (I’m not going)
September 4, 2007, 11:01 pm
Filed under: Entertainment

เริ่มต้นด้วย ตัวแม่ ระดับ ออริจินัล Jennifer Holliday ร้องไว้ในละครบรอดเวย์ ดรีมเกิร์ล

แต่คนที่ทำให้เพลงนี้ดังที่สุดในยุคนี้ Jennifer Hudson

นักร้องระดับพระเจ้าช่วยอย่าง Whitney Houston ก็ร้อง

หรือแม้กระทั่งดาราบอร์ดเวย์ Antonique Smith

นักร้องคุณภาพจากฟิลิปปินส์ Regine Velasquez

American Idols

Frenchie Davis

Melanie Sanders

Tamyra Gray

Lakisha Jones

America’s Got Talents

Erica Marks หนูน้อยวัย 9 ขวบ

Bianca Ryan เด็กวัย 11 ขวบผู้โด่งดัง

บางคนก็มาจากพรสวรรค์ล้วนๆ

Jessica Sanchez หนูน้อยวัย 9 ขวบคนนี้ก็ไม่เบา

และสุดยอดของพรสวรรค์ Charice Pempengco วัย 11 ขวบที่บอกว่าไม่เคยได้เรียนร้องเพลง

แล้วสุดท้าย  จิ๋ว The Stars

เสาร์นี้ไว้รอฟัง ลูกโป่ง แห่ง AF4 อีกคนละกันครับ

อิอิ



Tales from Earthsea
August 11, 2007, 4:48 pm
Filed under: Entertainment, philosophy

เพิ่งได้ดูการ์ตูนเรื่องใหม่ของ Studio Ghibli ซึ่งผมค่อนข้างจะเป็นแฟนการ์ตูนของค่ายนี้ เลยรับประกันได้ถึงคุณภาพความสนุก และแฝงไปด้วยปรัชญาแบบที่การ์ตูนโดยทั่วไป หาไม่ค่อยได้ มันเป็นการ์ตูนที่สามารถดูให้สนุกได้ทุกเพศทุกวัยจริงๆ

แต่ถ้าเปรียบเทียบกับเรื่องก่อนๆ ก็ถึงว่าเนื้อเรื่องค่อนข้างจะอ่อน แต่ก็มีหลายอย่างน่าสนใจ เรื่องราวที่เกีี่ยวกับการเสียสมดุลย์ของโลก จากฝีมือของมนุษย์ ทำให้เกิดเหตุการณ์ประหลาดหลายอย่าง จึงมีฝ่ายมืดที่จะพยายามซ้ำร้ายเหตุการณ์นี้ลงไปอีก และทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองชนะธรรมชาติ

ผมชอบบทสนทนานึงในเรื่องนี้มาก เป็นตอนที่พระเอกของเรื่องหนีจากการกระทำความผิดบางอย่าง แล้วกำลังสับสนลุ่มหลง ว่าจะเอายังไงกับชีวิตดี เนื่องจากพระเอกถูกเชื้อเชิญให้ใช้ชีวิตอันเป็นอมตะ ในขณะที่กำลังผิดหวังจากชีวิตนั้น นางเอกได้เข้ามาเตือนสติ

พระเอกก็ได้เ่อ่ยถามด้วยความเลื่อนลอยว่า

“อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุด”

นางเอกเองนั้น ก็มีสิ่งที่ผิดหวังในชีวิต มากมายเช่นเดียวกัน เนื่องจากเกิดมาเป็นคนอัปลักษณ์ ผ่านเหตุการณ์ที่เลวร้ายในวัยเด็ก

“ชีวิต” นางเอกตอบ

“สักวันเราทั้งหมดล้วนต้องตาย แล้วจะมีประโยชน์อันใด …

เราจะสู้เพื่อชีวิตไปทำไม ก็ถึงอย่างไร เราก็รู้ว่ามันต้องมีวันต้องจบสิ้น”

“ชีวิตมันมีค่าเพราะรู้ว่าตัวเรากำลังจะตายนี่แหละ”

ผมได้ยินคำว่า Perishable Beauty มานานพอสมควร แต่เพิ่งจะมาทราบซึ้งกับหนังเรื่องนี้เอง นั่นสินะ การที่อะไรๆ มันมีกาลดับสูญของมันได้ นั่นแหละความงามของสิ่งนั้น บางสิ่งจะสวยงามที่สุดในช่วงเวลานึงเท่านั้น แล้วความงามก็จะเปลี่ยนไป อาจจะไม่งดงามเหมือนเดิม แต่ก็จะเปลี่ยนไปสู่ความงามอีกรูปแบบนึง

มีบทสนทนาที่ต่อจากนั้น พูดถึงชีวิตอันเป็นอมตะไว้อย่างน่าสนใจ

“ข้าได้รับชีวิตมา ข้าจึงต้องมีชีวิตอยู่ สิ่งที่ข้าต้องทำคือมอบชีวิตนี้ให้กับผู้อื่นต่อไป นั่นเป็นหนทางเดียว ที่ทำให้ชีวิตเราเป็นนิรันดร์”

เป็นตอนที่นางเอกได้ต่อว่าพระเอก ถึงการอยากมีชีวิตอยู่อันเป็นอมตะ แบบใช้ด้านมืดอย่างไม่ถูกต้อง และถ้าอยู่อย่างเป็นอมตะแล้ว ไม่เคยได้ทำสิ่งใดที่มีคุณค่าเลย มันจะมีประโยชน์อะไร

ก็ยังคงเหมือนเดิมสำหรับการ์ตูนค่ายนี้ เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูสนุกจริงๆ



The Queen of Pattani
May 27, 2007, 11:49 am
Filed under: Entertainment

เห็นคุณนนทรีย์ กำลังทำหนังเรื่องปืนใหญ่โจรสลัด โดยตอนแรกใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Queen of Pattani เห็นครั้งแรกตกใจเลย ว่าทำไมถึงกล้า ไม่กลัวปัญหาการเมืองเหรอ แต่ภายหลังได้ข่าวว่าเปลี่ยนชื่อไปแล้ว

วันก่อนได้ฟังคุณนนทรีย์กับคุณเอก เอี่ยมชื่น มาพูดถึงการกำกับเรื่องนี้ที่ TCDC มีอะไรที่น่าสนใจเยอะทีเดียว

เขาเล่าให้ฟังถึงการทำงานร่วมกัน แบบเป็นคู่บุญกันมา นนทรีย์กำกับ เอกทำโปรดักชั่นดีไซน์ให้ หลายต่อหลายเรื่อง โดยเราที่เป็นคนดู ก็จะเห็นการพัฒนาการของคู่นี้มาเป็นลำดับ ในระยะแรก ด้วยความที่ทั้งคู่จบ dec มา ไม่ได้รู้เรื่องทำหนังเท่าไหร่ ส่วนใหญ่คิดสิ่งต่างๆ จากภาพ และบรรยากาศ เลยเอาความสวยงามของฉากมาเป็นจุดขาย กลบข้อด้อยจุดอื่นๆ เอา design มาข่มการแสดง ก็อาจจะเป็นอะไรที่เราเห็นกันดาดดื่นในหนังไทยทั่วไป ที่ดูหนังไทยพากันสงสัยว่า ทำไมหนังไทยถึงทำโปสเตอร์ได้สวยจัง หรือ ตัดหนังตัวอย่างดีจัง แต่เรื่องจริงๆ ไม่มีอะไรเลย

เขาเลยคิดว่า จะเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว เขาจึงต้องมีการศึกษาด้านการแสดงอย่างจริงจัง เพราะการแสดงที่จะถ่ายทอดออกมาดีได้ แค่ความรู้สึกว่ามันควรเป็นแบบนั้นแบบนี้ไม่พอ มันต้องมีความสมจริงกว่านั้น ซึ่งผู้กำกับต้องเข้าใจ เขาเลยได้ศึกษา เรียนรู้และพัฒนามาเรื่อยๆ  

ส่วนด้านคุณเอก ก็มีการศึกษามากขึ้น วิจัยมากขึ้น อย่างในเรื่องล่าสุด ก็มีการศึกษาวิจัยแหลมมาลายู จากสมัยที่เคยทำเรื่อง 2499 ใช้เงินทำ production แค่ล้านเดียว มาถึงเรื่องล่าสุดที่ใช้เงิน 9 ล้าน เขาบอกว่า เวลาที่ผ่านมา ทำให้เขาใช้เงินได้คุ้มค่ามากขึ้น งานก็จะมีคุณภาพมากขึ้น มีคำนึงที่โดนใจคือ คนคิดทำหนังไทยต้องคิดให้มันออกจากกรอบนี้เสียที ที่พอพูดถึงจะทำหนังเกี่ยวกับความเป็นไทย ต้องมีฉาก กัดปลา ตีไก่ ทุกทีไป ทั้งๆ ที่มันคงไม่ใช่ แค่แฝงไว้ซึ่งปรัชญาการใช้ชีวิตหรือทัศนคติแบบไทยก็พอ

ผู้สร้างหนังเรื่องนี้ได้จับเอาประวัติศาสตร์มาศึกษาเรียบเรียง ใส่ความเป็นแฟนตาซีลงไป ยังกะ Pirates of the Caribbean ผมเห็นตัวอย่างหนัง ถึงกับอึ้งของพัฒนาการของวงการหนังไทย ดูหนังของคุณนนทรีย์มาก็หลายเรื่อง ดูว่าเรื่องนี้น่าจะคือสุดยอดของแกแล้ว ใช้งบประมาณกว่า 200 ล้านบาท หนังเรื่องนี้คาดหมายที่จะขายทั่วโลกได้ในปี 2008 โดยสหมงคลฟิล์ม

เนื่อเรื่องย่อก็ประมาณ
ในสมัยนึงของลังกาสุกะ ราชินีฮีเจาได้สั่งซื้อมหาปืนใหญ่ (ซึ่งเขาว่าเป็นกระบอกเดียวกันกับหน้ากระทรวงกลาโหมในปัจจุบัน) ระหว่างทางโดยโจรสลัดแย่งชิง ทำให้ปืนใหญ่จมสู่ท้องทะเล ทางโจรสลัดก็พยายามที่จะยึดลังกาสุกะ พร้อมๆ กันพยายามกู้มหาปืนใหญ่ขึ้นมาด้วย ทางลังกาสุกะจะมีคนดีมาช่วยอย่างไร คงต้องไปติดตามในโรงนะครับ เรื่องนี้ มีเวทย์มนต์เข้ามาใช้ในการต่อสู้อย่างมากมาย น่าตื่นตาตื่นใจมากๆ

ผมเลยลองหาอ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์ของรัฐปัตตานี ก็มีเรื่องที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน จะลองเล่าให้ฟังนะครับ

รัฐปัตตานีในอดีต ถูกปกครองโดยผู้หญิงมาอย่างยาวนานเป็นร้อยปี โดยรายาแห่งรุ้ง อิเจา(สีเขียว) บิรู(สีฟ้า) อังกู(สีม่วง) และกุหนิง หลังจากสุลตานมันชูร์ ชาห์ผู้เป็นพ่อสิ้นพระชนม์ ในปี คศ1572 ด้วยความที่มี ลูกเป็นผู้หญิงทั้งหมด (อิเจา บิรู อังกู ส่วนกุหนิงเป็นลูกของอังกู) ต้องปกครองบ้านเมืองที่มีอาณาเขตกว้างขวาง แต่ก็มีหลักฐานบ่งบอกชัดว่า ดินแดนแห่งนี้ภายใต้การปกครองของพวกเธอสงบสุข และมีทรัพย์สมบัติมหาศาลจากการค้าขายกับเพื่อนบ้านในภูมิภาค หรือแม้กระทั่งชาวตะวันตก บ้างก็ว่าด้วยความเก่งของพวกเธอเอง แต่บางทฤษฎีก็ว่าแท้จริง อำนาจต่างๆ ล้วนเป็นของพวกเสนาอมาตย์ ส่วนพวกเธอเป็นแค่ฉากบังหน้าดีๆ นี่เอง แต่พวกเธอก็ไม่วายถูกท้าทายอำนาจ มีกบฎหลายหน แต่ก็รอดพ้นมาได้

ด้วยความลึกซึ้งในการเมืองระหว่างรัฐของรายาอิเจา มีการส่งส่งน้องสาวคนเล็ก อังกู ไปแต่งงานกับสุลตานที่ปาหัง อาณาจักรมาเลย์ ทำให้เสริมความแข็งแกร่งเหนี่ยวแน่น นอกจากนั้น ยังมีการทำการค้าขายเจริญสัมพันธไมตรีอย่างดียิ่งกับจีน อินเดีย อินโดนีเซีย และในขณะนั้นก็ปลอดภัยจากอยุธยา เพราะกำลังติดพันศึกพม่า และเขมร

รายาอังกู ก็รู้ตัวดีว่า ตัวเองแต่งงานด้วยความเสียสละต่อแผ่นดิน ไม่ได้เกิดจากความรัก หลังจากสุลตานแห่งปาหังสิ้นประชนม์ เธอก็ได้กลับมาที่ปัตตานี และขึ้นครองรัฐหลังจากที่รายาบิรูสิ้นพระชนม์ โดยพาลูกสาว กุหนิง มาด้วย ซึ่งกุหนิงนี่เอง เป็นคนทำให้รัฐปัตตานีขึ้นสูงจุดสูงสุด และปกครองยาวนานถึง 50 ปี

กุหนิงถูกรายาบิรูผู้เป็นป้า ซึ่งครองรัฐปัตตานีขณะนั้น จับแต่งงานกับ ออกญาเดโชเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ขณะอายุเพียง 12 ปี ซึ่งขณะนั้นรายาบิรูได้เกรงต่ออำนาจของสยามภายใต้การปกครองของสมเด็จพระนเรศวร โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าความรู้สึกของผู้เป็นแม่อย่างรายาอังกู ไม่ทันไรหลังจากรายาอังกูขึ้นครองรัฐ มีนโยบายกระด้างกระเดื่องต่ออยุธยา เธอจัดแจงให้กุหนิงแต่งงานใหม่กับสุลตานแห่งยะโฮห์ เมื่อความทราบถึงออกญาเดโชสร้างความขุ่นเคืองอย่างมาก ส่งสาร์นขออนุญาตยกทัพเข้าตีปัตตานี แต่รายาอังกู ก็ได้ขอความช่วยเหลือไปยัง ปาหังและยะโฮห์ ทำให้ทัพสยามพ่ายไป

ชีวิตรักของกุหนิงยิ่งกว่านิยาย  หลังจากสุลตานแห่งยะโฮห์ขอตัวกลับไปครองเมือง ก็ได้ฝากน้องชายไว้ช่วยดูแลเมืองปัตตานี ให้ปลอดภัยจากออกญาเดโช ปรากฎว่าเจ้าชายแห่งยะโฮห์แอบคบกับกุหนิง แต่หลังจากนั้นไม่นานเจ้าชายผู้นี้ก็ดันไปมีหญิงใหม่ ทำให้บริวารของกุหนิงไม่พอใจ แต่กุหนิงขอชีวิตไว้ให้ และส่งเจ้าชายกลับยะโฮห์

หลังจากรายาอังกูสิ้นพระชนม์ รายากุหนิงขึ้นครองรัฐแทน เป็นสมัยที่มีความเจริญรุ่งเรืองด้านการค้ายิ่งกว่ายุคไหนๆ พร้อมกับมีการปรับระดับความสัมพันธ์กับสยามให้ดีขึ้น สร้างสัมพันธไมตรีโดยการเยือนอยุธยา สมัยนั้นตรงกับรัฐสมัยของพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี

แต่ในที่สุดรายากุหนิงก็โดนยึดอำนาจโดยสุลตานแห่งกลันตัน และสุดท้ายลี้ภัยไปใช้ช่วงสุดท้ายในชีวิตที่ยะโฮห์ เป็นอันสิ้นสุดเรื่องราวของรายาแห่งปัตตานี



workpoint
May 24, 2007, 7:25 am
Filed under: Entertainment

เดี๋ยวนี้ดูรายการของ workpoint แต่ละรายการแล้วรู้สึกมีการวาง position กันแปลกๆ ดี

แต่ก็รู้สึกว่าเขาวางแผนมาดีแทบทั้งนั้น อาจด้วยเพราะพอเป็นบริษัทมหาชนเลยมีกำลังมาขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง

ผมชอบวิธีการจัดกลุ่มผู้เข้าแข่งขันของเขา ผมว่าเขามีวิธีในการให้คนดู อย่างแรกเนื้อหาของรายการที่ส่วนใหญ่มีความลึกในการศึกษาหาข้อมูล ทำให้รู้สึกว่า เขารู้จริง(จริงๆ รู้จริงแค่ไหนไม่รู้) ทำให้คนดูเชื่อใจ และอยากติดตาม ไม่ว่าจะเป็นเกมอัจฉริยะ แฟนพันธุ์แท้  เกมทศกัณฐ์

นอกจากนั้นยังแบ่งเป็นกลุ่มคนอีก ทำให้รายการส่วนใหญ่ได้รับความนิยม ในวงกว้าง

การแบ่งตามกลุ่มคนเข้าแข่งขัน
สำหรับเด็ก ก็คงเป็นปรกติอยู่แล้ว เช่น รายการทศกัณฐ์เด็ก สู้เพื่อแม่
สำหรับนักเรียน นักศึกษา เช่น ชิงช้าสวรรค์ สมรภูมิเท้าไฟ
สำหรับคนทำงาน คนเข้าแข่งขันแบ่งตามอาชีพ ไม่รวมดารานะครับ เช่น ตู้ซ่อนเงิน
สำหรับครอบครัว คนเข้าแข่งขันเป็นคู่สามีภรรยา เช่น กล่องดำ
สำหรับคนที่มีความสามารถพิเศษ เช่น เกมทศกัณฐ์ เกมอัจฉริยะ แฟนพันธุ์แท้

ผมจำได้ว่ารายการพวกนี้ ส่วนใหญ่แรกเริ่มเดิมที ยังเป็นคนเข้าแข่งขันแบบใครก็ได้ หลังๆ มาปรับเข้ากับคอนเซ็ปต์ประมาณนี้หมด คิดว่าน่าจะได้ผลดีทีเดียวนะครับ

แต่เบื่ออยู่อย่างเดียว ไม่รู้จะ มาหาเฮียอะไรกันเยอะแยะ คราวก่อนก็ นักเลงภูเขาทองทีแล้ว ฮ่าๆๆๆ