|m Le’ chArt


Computer Crime Law
June 22, 2007, 10:50 pm
Filed under: news

เมื่อวันที่ 10 มิย ที่ผ่านมา ได้มีการออกกฎหมายที่ชื่อว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นหมายถึง นับจากวันที่ 10 ไปอีก 30 วัน กฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้

แล้วอะไรบ้างที่เป็นเรื่องที่เราควรจะรู้ไว้ เพื่อได้ระวังตัว

กฎหมายฉบับนี้กำหนดหน้าที่ให้ผู้ให้บริการ ซึ่งหมายรวมตั้งแต่ผู้ให้บริการ internet ไปจนถึงผู้ให้บริการ content ต่างๆ ที่มีการเก็บรักษาข้อมูลของคนอื่น มีหน้าที่เก็บสิ่งที่เรียกว่า “ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ” ซึ่งหมายถึง ข้อมูลต้นทางปลายทาง หรือพวก ip ต่างๆ ของการใส่ข้อมูลเข้ามาในระบบ รวมถึงเวลาต่างๆ ที่บันทึกข้อมูลนั้นๆ ต้องเก็บไว้อย่างน้อย 90 วัน ถ้าไม่ทำตามนี้ มาตรา 26 ของ พรบ ฉบับนี้ บอกไว้ว่า มีโทษปรับ ไม่เกิน ห้าแสนบาท

เลยกลายเป็นเรื่องให้ผมต้องมาดูระบบที่ดูแลอยู่ว่า เก็บข้อมูลเหล่านี้อย่างไร ไม่รู้ว่ากฎหมายฉบับนี้ มันมีผลบังคับใช้ย้อนหลังหรือเปล่า เช่น เราสร้างระบบไว้ตั้งนานแล้ว แต่กฎหมายเพิ่งออกมา มันครอบคลุมรวมถึงระบบที่พัฒนามาก่อนหน้าวันประกาศใช้กฎหมายหรือไม่ แต่ก็พูดลำบาก หากเกิดเหตุ มีการขอข้อมูลเหล่านี้ขึ้นมา คงมีปัญหาแน่ๆ แถมมี มาตรา 15 ที่กำชับไว้ว่า ถ้ายอมให้มีการกระทำผิดในระบบที่ดูแล ถือว่ารับผิดเหมือนกับผู้กระทำผิดอีกต่างหาก

แต่ถ้าเอาในแง่ของผู้ดูและระบบน่าจะชอบกฎหมายฉบับนี้เป็นพิเศษ เนื่องจาก มันทำให้รู้สึกว่า ระบบปลอดภัยดีจัง เพราะมีความผิดไปหมด ห้ามทำให้ข้อมูลเสียหาย(ม.9) ห้ามทำให้ระบบชะงัก(ม.10) ห้ามมั่ว login (ม.7)

มีอย่างอื่นอีกเช่น ห้ามส่งสแปมเมล์(ม.11) ห้าม spoofing ip ห้ามปล่อยไวรัส(ม.13) ห้าม hijack(ม.8)

ในแง่ผู้ใช้บ้าง

ต่อไปนี้ต้องระวังเวลาไปโพสอะไรที่ไหน เพราะถ้าละเมิดอะไรเขาเข้าโดยเฉพาะถ้าเป็นภัยต่อความมั่นคง โทษจะค่อนข้างหนักมาก และให้ระวังเรื่องการ fwd mail หรือการเผยแพร่ภาพโป๊ แบบตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม มีความผิดทั้งหมด เน้นเรื่องการโพสภาพตัดต่อ(ม.16) และการปลอมและปล่อยข้อมูลต่างๆ(ม.14)

กฎหมายฉบับนี้มีแค่สิบหน้า 30 มาตราเอง แต่ดูๆ แล้ว ถ้าจับเข้าจริงๆ คงตีความกันปวดหัวเลยทีเดียว แล้วตำรวจจะจับกันไหวเหรอครับ

อุอุ



Library 2.0 (3)
June 17, 2007, 11:32 am
Filed under: Library

จากตอนที่แล้ว มาถึงส่วนสุดท้ายในการพัฒนา

จากสองตอนก่อน เหมือนเป็นการเอาสิ่งที่มีอยู่เดิมๆ มาทำให้เป็นระบบใหม่ขึ้นใช้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ส่วนต่อไปนี้จะเป็นการคิดใหม่ทำใหม่ ให้เกิดพื้นที่ในการแบ่งปันข้อมูลระหว่างกันของผู้ใช้

User Space

แนวคิดของเราคือ หลังจากที่ Login เข้ามาแล้ว ต้องการให้ผู้ใช้สามารถ ดูได้ว่า เขาเคยได้ใช้บริการอะไร หรือเคยได้ทำอะไรกับ ศูนย์ไปแล้วบ้าง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เขาสนใจ ถ้าเขาคิดว่าข้อมูลบางอย่างสามารถแบ่งปัน เอาออกให้คนอื่นรู้ได้ ในส่วนนี้เราได้เตรียมไว้ 4 อย่างคือ

1. ประวัติการใช้งาน ต่างๆ เช่น การถ่ายเอกสาร การใช้ Bookmark การดูหนังฟังเพลง การเขียน Comment การบันทึกโน้ตส่วนตัวในหนังสือต่างๆ การ Tag หนังสือ และการใช้ Favorite หนังสือ เป็นต้น

2. การรวม Feed ที่น่าสนใจ ในช่วงแรกของการพัฒนา เราคิดว่าเราจะตั้งตัวเป็น Blog Provider เพื่อให้คนที่สนใจมาเขียน Blog ได้ แต่เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ปัจจุบัน เห็นว่าตอนนี้ Blog Provider ขนาดใหญ่ๆ นั้นมีการแข่งขันกันสูงมาก มีการเพิ่มลูกเล่นเข้ามาทุกวัน การจูงใจคนให้มาเขียน Blog กับเรา จึงน่าจะไม่ใช่เรื่องง่าย และปัจจุบัน คนที่สนใจในการเขียน Blog เขาก็น่าจะมี Blog อยู่แล้ว จึงได้ปรับเปลี่ยนเป็น ให้ผู้ใช้ เอา Blog Feed ของตน หรือที่สนใจ เข้ามา Feed รวบรวมไว้ได้

3. ในส่วนประวัติการใช้งานบางส่วน ผู้ใช้สามารถเลือกนำมาเผยแพร่ เพื่อให้คนสนใจ ติดตามดูได้ว่า สิ่งที่ผู้ใช้สนใจนั้น มีอะไรบ้างได้

4. widget ซึ่งผู้ใช้สามารถเอาไปใส่ใน blog หรือเว็บ ใดๆ ก็ได้ เืพื่อเป็นการบอกกับคนอื่นว่า ได้เป็นส่วนนึงกับ Design Community แห่งนี้ และบอกว่า ตนเองนั้นได้สนใจอะไร โดยจะแสดง รูปหนังสือ ที่สนใจ ประวัติการใช้งานคร่าวๆ ตลอดทั้งระยะเวลาในการเป็นสมาชิกศูนย์

widgetmembertest1.jpg

5. Feed ถ้ามีคนสนใจผู้ใช้คนนี้ ก็สามารถ subscribe feed ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ใช้คนนี้ได้ ซึ่งข้อมูลก็จะขึ้นอยู่กับว่า ผู้ใช้คนนี้จะแชร์ข้อมูลออกมามากน้อยแค่ไหน

ซึ่งการแสดงผลสิ่งเหล่านี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

User View จะเป็นส่วนตัวของผู้ใช้แต่ละคน เมื่อ Login เข้ามาในระบบแ้ล้ว สามารถแต่งเติม content ต่างๆ ที่จะเผยแพร่ได้

Public View จะเป็นส่วนที่ผู้ใช้ภายนอกจะเห็นว่า แต่ละคนได้แชร์ข้อมูลอะไรออกมาบ้าง

TCDC Space

เป็นส่วนที่รวบรวมความเคลื่อนไหวของ User Space ไว้ ซึ่งจะบอกว่ามี Blog ของใครเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง อะไรคือข้อความที่ถูก Update ล่าสุด และใครที่เพิ่งสมัครเข้ามาใหม่ รวมถึงบอกว่า รายการล่่าสุดที่มีการใช้บริการต่างๆ คืออะไรอีกด้วย เป็นการทำให้มองเห็นความเคลื่อนไหวอย่างเป็นภาพรวม ของคนที่สนใจ Collection ด้านการออกแบบของ TCDC Resource Center

และเช่นเดียวกัน คนที่สนใจสามารถ Subscribe Feed เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวในส่วนนี้ได้

Integrated System

จะเห็นได้ว่า ความพยายามของเราคือ พยายามทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น CMS Catalog และส่วนของ User ซึ่ง Feed คือพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการทำให้เกิดการใช้ข้อมูลระหว่างกัน เราจึงได้จัดเตรียมส่วนนี้ไว้ในส่วน เพราะถ้าวันนึง ใครต้องการนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ จะได้สามารถเอาออกไปใช้ได้อย่างสะดวก และเป็นไปตามมาตรฐาน

สิ่งที่ต้องพัฒนาต่อ

ถ้าใครลองเล่นตอนนี้จะรู้ว่ายังมีส่วนที่ยังผิดพลาดอยู่พอสมควร ซึ่งนั่นต้องแก้ไขกันต่อไป รวมถึง Content ต่างๆ ด้วย หรืบปรับให้เข้ากับ เมนูภาษาไทย แล้วเปลี่ยน default ของภาษา เพราะในระยะแรกเพื่อความง่ายในการพัฒนา จึงเริ่มต้นด้วยภาษาอังกฤษก่อน แต่เรื่องของ Function ที่มองๆ ไว้ว่าน่าจะได้ทำต่อไปเช่น

– เพิ่ม Widget ให้หลากหลายมากยิ่งขึ้นเพราะมันเป็นของเล่นอย่างนึง ที่จะเป็นส่วนในการช่วยโปรโมทเว็บได้อีกด้วย

– คิด algorithm ในส่วนของ relevance ของการค้นหา ให้ดีกว่านี้ คือรวมไปถึง สิ่งที่ผู้ใช้ใช้บริการทางเว็บด้วย นอกเหนือจากใช้บริการที่ศูนย์

– การทำ Index ในการค้นหาแบบ Keyword อาจจะต้องปรับใช้ Concept Stemming word เพื่อแก้ปัญหาคำที่แปรผันตามรูปแบบต่างๆ เช่น woman women เป็นต้น

– ปรับปรุง ajax ให้ช่วยในการทำงานต่างๆ ให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพราะปัจจุบันเน้นที่การแสดงผลเป็นหลัก

– การทำ Federated Search กับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อดูว่าใครที่มี Collection เหมือนกับเรา จะได้แนะนำผู้ใช้ได้ ในกรณีที่เราไม่มี

– การทำ Category ที่ดีขึ้น และ User Level เพื่อบอกกับผู้ใช้ว่า หนังสือแต่ละเล่มเหมาะสมกับใคร และเอาไปใช้ทำอะไร

– การปรับปรุงส่วน Statistics ให้บอกว่า คำค้นใดที่นิยม เืมื่อเปรียบเทียบกับ collection แล้วเป็นอย่างไร เพื่อพิจารณาในการสั่งซื้อหนังสือให้ถูกใจผู้ใช้ต่อไป

– การสร้าง Network ระหว่างผู้ใช้ ใ้ห้ดียิ่งขึ้น เช่นการ make friend ระหว่างกัน

มีอะไรให้ทำอีกเยอะแยะเหลือเกิน ก็คงต้องค่อยๆ ปรับกันต่อไป ถ้าใครมี comment อะไร ส่งมาบอกกันได้นะครับ ยินดีครับ



Library 2.0 (2)
June 17, 2007, 9:38 am
Filed under: Library

จากตอนที่แล้ว พูดถึง สิ่งที่ TCDC Resource Center เป็น และวางแผนในการพัฒนาไว้อย่างไร ทีนี้เรามาต่อกันที่ จะพัฒนาอะไรบ้าง อย่างไร อาจจะมีเน้นเทคนิคนิดหน่อยนะครับ

Environment ในการพัฒนา

ภาษาที่ใช้ในการพัฒนา เป็น PHP ซึ่งรันอยู่บน Apache บน Linux Server และใช้ AJAX framework ของ Aculo และ Prototype

ฐานข้อมูล เรามีฐานข้อมูลที่ใช้ในการดำเนินงานอยู่แล้ว 4 ฐานข้อมูล 2 DBMS คือ Oracle และ SQL Server ซึ่งในการพัฒนาครั้งนี้ได้เพิ่มเติมเนื้อหาต่างๆ ของเว็บจะอยู่บน MySQL

สำหรับการแสดงผลในส่วนของ Feed เลือกใช้มาตรฐานของ RSS 2.0 โดยเอา namespace ของ mrss ของ yahoo เข้ามาช่วยในการแสดงผล media และสำหรับส่วนของ function ในการอ่านข้อมูล feed จะใช้ magpierss

การจัดการข้อมูล

เนื่องจาก Library Catalog นั้นจะถูกจัดเก็บในรูปแบบของ MARC ซึ่งยากต่อการทำความเข้าใจ และการดึงข้อมูลทำได้ลำบาก และเหมือนเป็นข้อจำกัดระหว่างโลกของ IT และ Library เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่รู้จัก MARC แต่การทำงาน Back office มีความจำเป็น เนื่องจากหากพิจารณาโครงสร้างของ MARC ก็ถือว่ามีความยืนหยุ่น และเหมาะสมต่อการเก็บข้อมูลบรรณานุกรมของหนังสือ ดังนั้นการที่จะทำให้เกิดความง่ายต้องการพัฒนา จึงต้องมีกระบวนการในการ Export ข้อมูล MARC ออกจากระบบ ก่อน แล้วจึงแตกค่า Tag หรือ Field ค่าต่างๆ ที่เก็บอยู่ จัดเก็บลงไปในฐานข้อมูล ในรูปแบบ Relational Database ปรกติ เพื่อให้เกิดความง่ายในการเขียนโปรแกรม โดยมีการตั้ง Schedule ในการทำ Data Synchronization ซึ่งเมื่อข้อมูล ถูกแตกออกมาเป็น field ของ database ซึ่งเป็นรูปแบบปรกติที่คนพัฒนาเข้าใจ ก็จะง่ายต่อการทำ index และการพัฒนาต่อไป

การพัฒนาระบบ

Content Management System

เป็นระบบปรกติที่ เว็บทั่วไปควรจะมี นั่นคือเป็นระบบที่ช่วยทำให้ข้อมูลต่างๆ ถูกรวบรวมและเผยแพร่ออกไปอย่างเป็นระบบ รวมถึงถ้าใครสนใจก็ยังสามารถ subscribe feed ไว้ติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน

1. ข้อมูลทั่วไปของศูนย์ ซึ่งมีลักษณะเป็น Static Content อันได้แก่

ข้อมูลเกี่ยวกับ TCDC Resource Center (ประวัติความเป็นมา/ภารกิจ/Gallery)
บริการต่างๆที่มี
ข้อมูลหนังสือเทรนด์
ฐานข้อมูลออนไลน์
สถานที่ตั้งศูนย์ และเวลาเปิดปิด

2. ข้อมูุลข่าวสารเผยแพร่ ซึ่งมีลักษณะเป็น Dynamic Content อันได้แก่

Announcement – ประกาศต่างๆ
What’s on – สิ่งที่กำลังมีอยู่และน่าสนใจ
News – ข่าวเผยแพร่ ทั้งภายในและภายนอก
Activity & Event – กิจกรรมต่างๆ ของศูนย์
TCDC Suggestion – หนังสือหรือ Collection ที่ต้องการหยิบขึ้นมานำเสนอ
Special Services – บริการที่น่าสนใจ

3. Interactive Content ซึ่งเป็นส่วนที่ให้ผู้ใช้เข้ามามีส่วนร่วม อันได้แก่

Write to us – ให้ผู้ใช้สามารถเขียนข้อสงสัย ซักถาม คำแนะนำต ิชมต่างๆ มาได้
Know Librarians – เป็นหน้าของเ้จ้าหน้าที่ที่ให้บริการแต่ละคน ร่วมถึงความเชี่ยวชาญเพื่อให้ผู้ใช้ติดต่อได้โดยตรง
FAQ – เป็นส่วนที่รวบรวมข้อมูลคำถามที่เคยถูกซักถาม แต่การจัดลำดับคำถามนั้นจะขึ้นกับการถูกถามบ่อย และการให้ความสนใจของผู้ใช้ โดยเมื่อผู้ใช้คลิ๊กดูคำตอบของแต่ละคำถามจะถูกนับคะแนนไปเรื่อยๆ และปรับเปลี่ยนลำดับการแสดงผลโดยอันโนมัติ
Pathfinders – เป็นส่วนที่จำเป็นส่วนนึงของห้องสมุดเฉพาะด้าน ซึ่งจะบอกว่า ห้องสมุดนี้มีความสนใจในสาขา หรือหัวข้ออะไรบ้าง และสิ่งเหล่านั้น เรานิยามมันไว้อย่างไร และถ้าผู้ใช้สนใจในหัวข้อนั้นๆ สามารถเรียนรู้และเข้าใจได้ โดยผ่านทรัพยากรต่างๆ อย่างไรบ้างทั้งแหล่งภายในและภายนอก โดยใช้หลักการคล้าย wiki เนื่องจาก แหล่งข้อมูลภายนอกนั้น เราไม่สามารถรู้และติดตามได้ทั้งหมดว่า ภายนอกมีอะไรเคลื่อนไหวบ้าง จึงอาศัยความร่วมมือจากผู้ใช้ เข้ามาช่วยกันแต่งเติมข้อมูล ให้มีความสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ โดยจะมีการเก็บข้อมูลที่ผู้ใช้ใส่ ไว้เป็น version จากนั้นจะมีการ verify จาก moderator ในภายหลัง หากพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง จะสามารถ rollback นำข้อมูลชุดที่ถูกต้องกลับมาใส่คืนได้

New Catalog Searching

ส่วนต่อมาของการพัฒนาคือการสร้างระบบการค้นหาหนังสือขึ้นมาใหม่ เนื่องจากระบบเดิมค่อนข้างมีปัญหาในการแสดงผล และการค้นหาเช่นได้ข้อมูลมาเยอะเกินไป ได้ข้อมูลไม่ค่อยตรงกับสิ่งที่ต้องการ และผู้ใช้ไม่สามารถที่จะกลับไปค้นหาซ้ำในผลการค้นหาเดิมได้ ใช้ MARC ได้ไม่เต็มความสามารถ เช่น บรรณารักษ์ป้้อนข้อมูลเก็บไว้จำนวนมาก แต่มีการนำมาใช้แค่นิดเดียว ไม่คุ้มค่ากับการป้อนข้อมูล

ด้วยปัญหาต่างๆ เหล่านี้ จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาระบบการสืบค้นขึ้นมาใหม่ โดยการเริ่มต้นที่ Cataloger ก่อน ว่ามีแนวคิดในการเก็บข้อมูลอย่างไร และควรนำมาใช้อย่างไร เพื่อให้การนำข้อมูลที่เก็บไว้มาใช้เกิดประโยชน์สูงสุด และถือว่าเป็นความท้าทายที่สุดในการพัฒนาระบบครั้งนี้ เพราะใช้เวลาคิดหาวิธียาวนานที่สุด คิดเป็น 80% ของเวลาทั้งหมดที่ใช้ในการพัฒนาเลยทีเดียว

แนวทางในการพัฒนา จริงๆ แล้ว มีต้นแบบหลายต่อหลายที่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น NCSU, Amazon, imdb, ebay หรือแม้กระทั้ง Library Catalog ของที่ต่างๆ และสรุปแนวทางในการพัฒนา ขึ้นมาดังนี้

การค้นหา ซึ่งมีด้วยกัน 3 แบบ เพื่อรองรับ 3 พฤติกรรมในการใช้งาน อันได้แก่

1. Basic Search เป็นการค้นหาที่ง่ายๆ มีช่องกรอกข้อมูลช่องเดียว เมื่อป้อนเข้าไปแล้ว สามารถหาข้อมูลได้ทันที

การค้นหาส่วนนี้จะเป็นการค้นหาโดยใช้เทคนิค Fulltext Search ซึ่งต้องกำหนดขอบเขตของข้อมูลที่จะไปค้นหา โดยเรียงลำดับความสำคัญของ field ที่จะไปใช้ค้นหาจากแนวคิดที่ว่า ผู้ใช้เวลาจะค้นหาคิดอะไร และคาดหวังจะเห็นข้อมูลอะไรจากผลการค้นหา จึงสรุปออกมาได้เป็น field ต่างๆ จาก MARC ดังนี้

– ชื่อเรื่อง (title) 245, 246
– หัวเรื่อง (subject) 600, 610, 630, 650, 651, 653, 655
– Tag ที่มีในระบบซึ่งเบื้องต้นมาจาก 3 แหล่ง คือ Tag it, การให้ keyword โดยผู้เชี่ยวชาญ และการกรอกของผู้ใช้ online
– อื่นๆ เช่น ชื่อ Series 440, สารบัญ (505), บทคัดย่อ (520)
– ผู้แต่ง 100, 700, 710, 720

เนื่องจากผู้ใช้เวลาค้นหามักจะนึกถึง เรื่องที่ต้องการจะค้นก่อน เช่นต้องการค้นเรื่อง สถาปัตยกรรม แต่เมื่อผลการค้นหาออกมา มักอยากเห็นคำว่าสถาปัตยกรรมอยู่ในชื่อเรื่อง เราจึงจัดเอาชื่อเรื่องขึ้นเป็นอันดัีบแรก และต่อมาด้วยหัวเรื่อง แต่สำหรับผู้แต่งนั้น ผู้ใช้มักไม่ได้นึกถึง เวลาค้นหาเท่าไรนัก

2. Advanced Search เป็นการค้นหาข้อมูล ที่มี Criteria ต่างๆ เข้ามาประกอบ รวมทั้งสามารถ limit ข้อมูลที่จะออกมาได้

สามารถเข้าไปหาแบบเฉพาะเจาะจง ใน fields : Tag, ชื่อเรื่อง, ชื่อผู้แต่ง, หัวเรื่อง, สำนักพิมพ์, ISBN หรือจะหาหมดทุก fields ก็ได้ โดยสามารถเลือกค้นได้หลายคำ และมีการใช้ boolean and or เชื่อมโยงกัน
สามารถจำกัดขอบเขตการค้นหาได้ตาม : Collection, ปีพิมพ์, ภาษา, ชนิดของสื่อ, และลักษณะของ Item

3. Begin with… เป็นการค้นหาข้อมูลที่ใช้คำค้นหาเป็นคำเริ่มต้น โดยจะทำการสืบค้นใน authority record เป็นหลัก อันได้แ่ก่ ชื่อหนังสือ, ชื่อผู้แต่ง, หัวเรื่อง และ เลขหมู่หนังสือ เช่น ต้องการหา หนังสือที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า color ซึ่งผลการค้นหาก็จะไล่เรียงชื่อหนังสือที่ขึ้นต้นด้วย color ออกมาให้ โดยที่ผู้ใช้สามารถ ดูแต่ละชื่อเรื่องได้ว่า ในชื่อเรื่องนั้นๆ มีหนังสือที่ชื่อเหมือนกันอยู่กี่เล่ม โดยที่ด้านข้าง ผู้ใช้่จะสามารถ เล่นและ browse ดูหนังสือไปเรื่อยๆ ได้

4. Browse เป็นการดูไปเรื่อยๆ ว่ามีอะไรบ้าง แล้วผู้ใช้ก็คลิ๊กไปเรื่อยๆ ซึ่งส่วนนี้เราทำไว้ 2 อย่าง นั่นคือ Collection List และ Tag Cloud

Collection List จะเป็น รายการของสิ่งต่างๆ ที่เรามีให้บริการใน 3 อย่าง คือ ภาพยนตร์ เพลง และวารสาร

Tag Cloud เป็นการนำเสนอ Tag ที่มีทั้งหมดในระบบ โดยการดึงเอา Tag ที่มีความนิยมขึ้นมาแสดงผล โดยมีด้วยกัน 2 มิติ คือ
– ความใหญ่เล็กของตัวอักษร แสดงถึงความมากน้อยของ คำๆ นั้นที่มีต่อ collection หรือ มีคน add คำๆ นี้มากน้อยแค่ไหน
– สีอ่อนไปจนถึงเข้ม แสดงถึง ความนิยมของ Tag นั้น ว่ามีคนนิยมเข้าไปดูมากน้อยแค่ไหน

ผลการค้นหา ที่ได้จากการค้นหาแบบ basic search และ advanced search จะประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้ (ตัวอย่างการค้นหาคำว่า blue)

1. Search Result ที่มาจากการค้นหา ซึ่งมีข้อมูล ชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่ง ชนิดของสื่อ Call_number Collection ที่อยู่ และรูปปกหนังสือของเรื่องนั้น ซึ่งปกหนังสือนี้ ได้มาจากการ Scan ปกหน้า ปกใน สารบัญ และปกหลัง ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการของ Cataloging Process แต่หากว่าหนังสือเล่มใด ไม่มีหรือพลาดในการ Scan ไป ก็จะดึงเอา ISBN ของหนังสือ วิ่งไปหาปกหนังสือที่ Amazon.com มาแสดงแทน

2. Narrow Down ผู้ใช้สามารถดูได้ว่าในผลการค้นหาที่ได้ค้นหามีส่วนประกอบต่างๆ มาจากอะไรบ้าง (อยู่ด้านซ้ายของหน้าจอ) ในหัวข้อดังนี้

Subject Topic ซึ่งจะพิจารณาดูว่าในผลการค้นหาที่ได้มา มีหัวเรื่อง 650 $a, $x เป็นอย่างไรบ้าง
Call Number แยกรายละเอียดว่า ผลการค้นหามี Callnumber ในหมวดใดบ้าง ซึ่งสามารถ drill down ลงไปได้
Tag Cloud ดึงมาจาก Tag ที่มีผู้ใช้ได้ป้อนไว้ จากผลการค้นหาที่ได้มา
Location/Collection พิจารณาดูว่า ผลการค้นหาที่ได้มา อยู่ใน Collection ใดบ้าง
Author พิจารณาดูว่าผลการค้นหาที่ได้มา มีผู้แต่ง เป็นใครบ้าง
Region แยกองค์ประกอบว่า ผลการค้นหาที่ได้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับภูมิภาคใดบ้าง
Era และสุดท้าย ดูว่าผลการค้นหาที่ได้มา เกี่่ยวข้องกับเนื้อหาในยุคใด

3. Refine นอกจาก ผู้ใช้จะสามารถ Narrow Down ตามสิ่งที่ได้เตรียมไว้แล้ว ผู้ใช้ยังสามารถค้นหาซ้ำ ไปยังผลการค้นหาเดิมได้ ซึ่งอยู่ด้านล่างของหน้าจอ เช่น ผมลองค้นคำว่า music เพิ่มเติมไปใน คำค้นเดิม

4. Criteria Tracking เมื่อทำการค้นหาจากหลายๆ Criteria ไม่ว่าจะเป็น เมื่อค้นหาแล้ว มีการ Narrow Down ไป Refine ไป Criteria ต่างๆ จะปรากฎอยู่ด้านบนของ Search Result ซึ่งผู้ใช้จะสามารถ Drop Criteria กลับไปยัง ผลการค้นหาเดิมได้

5. Preference ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่า จะให้แสดงผลด้วยอะไรบ้างและอยากเห็นอะไรบ้าง รวมถึงต้องการให้ Search Result มีจำนวนเท่าใดต่อหน้า

6. Sorting โดยปรกติการเรียงลำดับจะเรียงลำดับตาม Relevance ซึ่งมาจากการนับจำนวนคำ หรือค่าน้ำหนักที่ได้จาก Fulltext Search แต่ผู้ใช้ก็ยังสามารถเลือกให้เรียงลำดับด้วยแบบอื่นแทนได้เช่น Most Popular คือเรียงลำดับการถูกใช้งานของแต่ละรายการ

7. Recent View ซึ่งอยู่ส่วนล่างของหน้า จะแสดง Item ที่เคยคลิ๊กเข้าไปดูรายละเอียดมาแล้ว ซึ่งจะมีอยู่เฉพาะใน Session นี้เท่านั้น

8. Book Drop เป็น Feature เพิ่มเติม ไว้สำหรับเมื่อผู้ใช้สนใจในรายการที่ได้จากการค้นหาใดๆ สามารถนำรายการนั้นเข้ามาทิ้งไว้ใน Book Drop ได้ ซึ่งสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ดังนี้

– Add to Favorite เมื่อผู้ใช้ Login เข้าระบบ สามารถเพิ่มรายการต่างๆ ที่อยู่ใน Book Drop ให้เข้าไปอยู่ใน Favorite ของตัวเองได้ ซึ่งจะได้นำไปจัดการ Folder ต่อไป
– Export Bibliography ผู้ใช้สามารถสั่งให้แสดงรายการ ในรูปแบบรายการบรรณานุกรม ตามแบบของ APA (American Psychological Association) ได้
– Print สามารถสั่งพิมพ์รายการใน Book Drop ได้
– Email สามารถส่งEmail รายการใน Book Drop ได้

9. Feed ซึ่งใช้ Schema ของ RSS 2.0 เมื่อผู้ใช้สนใจที่จะติดตามหนังสือที่เข้ามาใหม่ จาก Criteria ที่ได้ค้นหาไว้ สามารถทำได้ทันที เช่น ตัวอย่าง blue

10. เมื่อหาไม่เจอ หรือคำค้นผิด จะมีการแนะนำคำผิด เช่นใส่คำว่า ccolor นอกจากนั้นยังสามารถแนะนำการสั่งซื้อได้ทันที

รายละเอียดหนังสือ หลังจากที่ไดผลการค้นหาแล้ว เมื่อผู้ใช้ต้องการดูรายละเอียดของหนังสือแต่ละเล่ม ภายในนั้นก็จะมีองค์ประกอบต่างๆ ดังนี้ (ตัวอย่าง)

1. รายละเอียดเกี่ยวกับหนังสือ ชื่อหนังสือ ชื่อผู้แต่ง และข้อมูลต่างๆ

2. รายละเอียดตัวเล่ม ว่ามีจำนวนกี่เล่มอยู่ที่ใดบ้าง

3. สถิติต่างๆของหนังสือเล่มนั้น เช่น เคยใช้มาแล้วกี่ครั้ง ใช้ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่  ฯลฯ

4. ผู้ใช้สามารถให้ Comment และ Rating กับหนังสือนี้ได้

5. ส่วนของผู้เชี่ยวชาญจาก TCDC ให้ Review ไว้

6. Description รายละเอียดต่างๆ ที่ถูกบันทึกไว้ เช่น สารบัญ บทคัดย่อ

7. Related Item เป็นหนังสือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเล่มนี้ โดยดูจาก Subject ที่ใกล้เคียงกัน

8. Pathfinder ที่มี Keyword ใกล้เคียงกับหนังสือเล่มนี้ หรือ หนังสือที่ถูกบันทึกแนะนำไว้ใน Pathfinder นั้นๆ

9. Recent View หนังสือเล่มที่เคยได้ดูรายละเอียดไปแล้ว ใน session เดียวกัน

10. หน้าปกหนังสือ

11. Multiview คือ ภาพของหนังสือเพิ่มเติม เป็นส่วนที่ได้ Scan ไว้ ได้แก่ปกหน้า ปกหลัง ปกใน สารบัญ

12. Map แผนที่จาก floor plan ของ TCDC Resource Center เพื่อดูว่าหนังสือเล่มนี้อยู่ที่ใด (ตัวอย่าง)

ก็จบไปแล้ว 2 ส่วนนะครับ ในตอนหน้าจะเป็นส่วนสุดท้าย คือ การสร้างพื้นที่ส่วนตัวของผู้ใช้แต่ละคน เพื่อให้เขาแบ่งปันข้อมูลของเขาออกมาให้คนอื่นรู้กัน ซึ่งจะเป็นการสร้างกลุ่มคนที่สนใจ Collection ด้านการออกแบบเหมือนกัน



Library 2.0
June 16, 2007, 8:13 pm
Filed under: Library

เมื่อวันก่อนได้ร่วมบรรยาย ในเรื่อง Library 2.0 : จากแนวคิดสู่การประยุกต์ใช้จริง กับ โต ซึ่งผมรับผิดชอบในส่วนหลัง คือนำเสนอแนวคิดที่ใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์ใหม่ของ TCDC Resource Center ที่มีการประยุกต์ เอา concept ของ Library 2.0 เข้ามาใช้ในการพัฒนา

ผมเริ่มด้วยการแนะนำว่า การพัฒนาระบบใดๆ ก็ตาม มักเกิดจากมูลเหตุด้วยกันอยู่ 2 อย่าง คือปัญหา กับ โอกาส สำหรับทีมงานของเรานั้น นอกเหนือจาก การเป็นที่รวบรวมทรัพยากรสารสนเทศด้านการออกแบบที่ดีที่สุดที่หนึ่งแล้ว เราก็ยังตั้งใจว่าจะพัฒนาวงการวิชาชีพห้องสมุดนี้ในสองส่วนด้วยกัน คือ

1. ส่วนการให้บริการ onsite ทำให้คนที่มาใช้งานที่ศูนย์รู้สึกสะดวก สบายใจ ในการมาใช้บริการ และนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ในการให้บริการผู้ใช้
2. ส่วนการให้บริการ online ทำให้คนที่แม้ไม่ได้มาที่ศูนย์ ได้รับข้อมูลข่าวสาร หรือมีส่วนรวมกับกิจกรรม หรือเนื้อหาต่างๆ ได้ ตลอดทั้งมีความสะดวกในการค้นหาข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศต่างๆ อย่างเป็นระบบ

ในส่วนแรกเราก็ได้พัฒนามาตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการแล้ว ก็จะเห็นได้ชัดว่าดีขึ้นมาเป็นลำดับ มีบริการใหม่ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้บริการอยู่เสมอ แต่ในส่วน online นั้นก็ยอมรับว่าเป็นข้อด้อยของเรามาโดยตลอด ก็ยังดูลู่ทางอยู่ว่า จะทำอย่างไรให้ไปถึงเป้าหมายได้ พอได้รู้จักกับแนวคิด Library 2.0 เมื่อต้นปีที่แล้ว ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่ง ที่จะได้ริเริ่มทำอะไรใหม่ๆ ทดลอง และเพื่อทำให้สิ่งที่มีอยู่เดิมนั้นดีขึ้น จึงได้ศึกษาพัฒนาขึ้นเป็นโครงการนำร่อง อันเผื่อว่าจะเป็นแนวทางให้คนอื่นที่เห็นด้วยกับแนวทางเดียวกันนี้ มาช่วยกันพัฒนาต่อไป

โปรเจคนี้ของ TCDC Resource Center ก็ใช้เวลาในการคิดหาหลักการ วางแผน และพัฒนามาแล้วกว่า 1 ปี จนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่เรียกว่าเสร็จสมบูรณ์มีส่วนที่ต้องปรับปรุงแก้ไขอยู่เยอะมากทีเดียว เนื่องจากระยะแรกที่เราได้ศึกษาเรื่องนี้นั้น มันมีแนวทางที่จะทำได้มากมายเหลือเกิน ด้วยความที่ ไอ้โน่นก็อยากมี ไอ้นี่ก็อยากได้ เต็มไปหมด ทำให้หลงทางไปพอสมควร จนในที่สุด ก็ได้กรอบในการพัฒนาจนเห็นเป็นรูปเป็นร่างในปัจจุบัน

และทั้งหมดนี่คือสิ่งที่เราอยากแบ่งปันหลังจากที่ได้เริ่มลองทำ

ย้ำอยู่หลายหนเหมือนกันว่า Library 2.0 ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคน คือจะทำอย่างไร มีวิธีการอย่างไร ที่ทำให้คนมาทำอะไรๆ แสดงความคิดเห็น ร่วมสร้าง content กับห้องสมุดของเรามากยิ่งขึ้น มันเป็นเทคนิควิธีการที่พยายามสอนให้คนไม่ใช่เป็นเพียงผู้รับเท่านั้น อยากได้อะไร ก็ต้องช่วยกันแบ่งปันมันออกมา แค่คนละนิด สังคมโดยรวม ก็จะดีขึ้นเอง

วางกรอบแนวคิด -> วิเคราะห์สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน -> วางแผนพัฒนา

การพัฒนาเริ่มต้นด้วยการวางกรอบแนวคิดเบื้องต้นในการพัฒนาก่อน อันได้แก่

– เป็นสื่อกลางในการกระจายข้อมูลข่าวสารต่างๆ อย่างเป็นระบบ
– มีกลไกในการทำให้เกิดการแชร์ ข้อมูลของผู้ใช้
– มีส่วนที่ทำให้ผู้ใช้ใช้งานเว็บได้สะดวกขึ้น มีส่วนที่เป็นส่วนตัว
– ไม่ทิ้งส่วนสำคัญของภาระกิจการเป็นเว็บไซต์ห้องสมุด เช่นการค้นหาหนังสือ

กลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาของเรา ก็จะเป็นผู้ใช้ศูนย์ของเรา รวมไปจนถึง คนที่สนใจ collection หนังสือ ข้อมูลข่าวสารด้านการออกแบบ

ระบบห้องสมุดของ TCDC Resource Center

ประกอบไปด้วย 3 ระบบ หลักๆ ได้แก่
– Core Library System
– Member System
– Library Operation System

Core Library System เป็นระบบห้องสมุดอัตโนมัติหลัก ซึ่งใช้เพื่อการจัดการบริหาร collection ของ ศูนย์ ไม่ว่าจะเป็นการนำข้อมูลบรรณานุกรม ในรูปแบบ MARC เข้าระบบ การดูแลจัดการวารสาร การสั่งซื้อ เป็นต้นโดยที่ปัจจุบันใช้ระบบ Virtua ของ VTLS

Member System เนื่องจาก TCDC เป็นห้องสมุดระบบสมาชิกจึงมีฐานข้อมูลสมาชิก และ Visitor ในการเข้าใช้บริการศูนย์ จึงมีระบบงานเหล่านี้เข้ามาช่วยดูแล ดูแลระบบสมาชิก การลงทะเบียนสมาชิก การออกใบเสร็จรับเงิน การดูแลจัดการสมาชิก การต่ออายุสมาชิก การออกบัตรสมาชิกเป็นต้น

Library Operation System เป็นระบบที่ดูแลในการบันทึกเก็บข้อมูลในการให้บริการต่างๆ ของศูนย์ อาทิ In-house use, Multimedia Service, Photocopy Service, Bookmark System, ระบบบันทึกข้อมูลคนผ่านเข้าออกประตู เป็นต้น (ไว้วันหลังจะมาเล่าว่า แต่ละตัว มีแนวคิดและการทำงานเบื้องหลังอย่างไร)

วิเคราะห์สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
TCDC เป็นห้องสมุดเฉพาะด้านการออกแบบ ที่มีลักษณะเป็น reference library ทุกอย่างใช้ภายในศูนย์เท่านั้น ดังนั้นการออกแบบลักษณะการให้บริการต่างๆ ในปัจจุบันจึงเน้นที่การให้บริการภายในศูนย์เป็นหลัก โดยที่เชื่อมโยงข้อมูลจาก 2 แหล่ง นั่นคือข้อมูลหนังสือจาก Core Library system และ ข้อมูลสมาชิกจาก Member System มาทำให้เกิด Transaction ที่ Library Operation System ซึ่งจะทำให้รู้ว่า มีลูกค้า ใช้หนังสือหรือทรัพยากรใด เมื่อไหร่ อย่างไร ซึ่งสามารถเอาสิ่งเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ในการสร้างการบริการใหม่ๆ ได้อีกมากมายต่อไป

ทางเลือกในการพัฒนา
อันที่จริง มีทางเลือกในการพัฒนาหลายแบบสำหรับแนวทางของ 2.0 เช่น เอา blog มาใช้ wiki มาใช้ เพิ่มส่วนของ folksonomy มี feed สำหรับส่วนต่างๆ เชื่อมโยงกับระบบสมาชิกเดิม แล้วสร้าง community หรือมีแนวคิดในการแบ่งปันข้อมูลกันระหว่างผู้ใช้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ เป็นสิ่งที่ ระบบห้องสมุดอัตโนมัติในปัจจุบันในท้องตลาดยังทำไม่ได้ โดยเฉพาะการผสมผสานระบบการค้นหาหนังสือ ให้เชื่อมโยงกับระบบต่างๆ ค่อนข้างลำบาก เนื่องจาก ระบบในปัจจุบันนั้น มีข้อจำกัดในการปรับแต่ง หรือ Customization

ซึ่งผมเห็นว่า แม้ปัจจุบันจะมี opensource อยู่ในหลายๆ เรื่องเช่น blog wiki searching catalog ต่างๆ แต่ว่า แต่ละสิ่งก็แยกจากกัน และทางเราก็มีระบบสมาชิกอยู่แล้ว การนำมา integrate กันไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจใช้เวลาในการพัฒนายาวนาน จึงได้นำเสนอแนวทางในการพัฒนาระบบขึ้นมาใหม่ โดยอาจจะอาศัยเครื่องมือ tools หรือ API ต่างๆ ที่มีอยู่แล้วมาช่วยทำให้การพัฒนาได้อย่างเร็วขึ้น โดยทาง TCDC Resource Center จะเป็นฝ่ายพัฒนาแนวคิด วิธีการทั้งหมด และให้บริษัท Digithais เข้ามาช่วยในการเขียนโปรแกรม

จากความต้องการต่างๆ จึงสรุปได้ว่าองค์ประกอบหลักๆ ในการพัฒนาเว็บขึ้นมาใหม่ จะประกอบด้วย 3 ส่วนด้วยกัน

1. Content Management System เพื่อช่วยทำให้การเผยแพร่ และรวบรวมข้อมูลข่าวสารต่างๆ อย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

2. ระบบการค้นหาหนังสือแบบใหม่ เพื่อทำให้การค้นหาหนังสือง่ายต่อการใช้งาน และการทำความเข้าใจ และมีเครื่องมือต่างๆ ที่จะช่วยให้ผู้ใช้มีความสะดวกยิ่งขึ้น

3. พื้นที่ที่จะทำให้เกิดการแบ่งปันข้อมูลกันระหว่างผู้ใช้

ทดสอบแนวคิด…
และเนื่องจากแนวคิดหลักๆ ของ 2.0 คือการแชร์ข้อมูลกันออกมา หรือให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการสร้าง content ระหว่างที่กำลังพัฒนาระบบ online อยู่ จึงมีข้อสงสัยว่า แล้วจริงๆ ถ้าเอามาใช้จริงมันจะ work หรือเปล่า ดังนั้นเราเลยลองคิดหาวิธีการลองกับผู้ใช้ซึ่งมาใช้บริการในศูนย์ คล้ายกับการหยังเสียงของผู้ใช้ก่อนว่า แนวคิดของ 2.0 สอดคล้องกับลักษณะผู้ใช้ของเราหรือไม่ โดยมีเครื่องมือต่างๆ เช่น

Raing / Comment / Review
เมื่อผู้ใช้มาใช้บริการ ด้าน Multimedia เช่นมาดูหนังฟังเพลง เมื่อแลกบัตรสมาชิก เราก็มี Slip ให้ไปใบนึง โดยที่ภายใน Slip นั้นจะมีช่องให้ผู้ใช้กรอกว่า คิดเห็นกับหนังหรือเพลงที่ได้ใช้บริการนั้นๆ อย่างไร

Tag it
เรามีแบบฟอร์ม โดยที่บอกกับผู้ใช้ว่า ถ้าตอนนี้หาหนังสือในคำค้นที่ต้องการไม่เจอ หรือคิดว่า หนังสือเล่มนั้นมันเป็นเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องนั้น ก็ให้ผู้ใช้ช่วยกันบอกว่า keyword ที่เขาคิดคืออะไร เมื่อกรอกแล้ว ก็เสียบแบบฟอร์มไว้ในเล่ม แล้วเอาไปใส่ไว้ใน book bin เพียงเท่านี้ ระบบโดยรวมก็จะดีขึ้น คำค้นหาก็จะตรงใจมากยิ่งขึ้น

Your Recommended Films
ในส่วนของ collection หนังที่ให้บริการ เราจัดเว้น ช่องว่างในการ display ไว้ส่วนนึง โดยบอกกับผู้ใช้ว่า ภาพยนตร์เรื่องไหนที่คุณเคยดูที่นี่ แล้วคุณประทับใจ อยากแนะนำให้คนอื่นดูบ้างหรือเปล่า เพียงแค่หยิบเรื่องนั้นมาใส่ไว้บริเวณที่จัดไว้ให้นี้ คนอื่นก็จะรู้ว่า เรื่องเหล่านี้คือเรื่องที่ผู้ใช้ด้วยกันแนะนำให้ดู

Purchase Suggestion
เรามีแบบฟอร์ม ที่จะใช้ผู้ใช้แนะนำหนังสือ ถ้าเขาหาไม่เจอ หรือเขาเห็นว่า หนังสือเล่มนี้เราควรมีไว้ให้บริการในห้องสมุด

Ask me
Instant Messaging เป็นช่องทางนึงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการติดต่อสื่อสาร เราได้ให้บริการตอบคำถามผ่าน MSN : library@tcdc.or.th

Message Board Wallpaper
เป็นช่องทางสำหรับการแจ้งข่าวสารกันระหว่างสมาชิก โดยเรามีบอร์ดตรงกลางให้ผู้ใช้ สามารถนำ Note หรือข่าว มาติดประกาศไว้ได้

และเมื่อได้ทำการทดลอง จากเครื่องมือต่างๆ ข้างต้นเป็นระยะเวลานึงแล้ว ก็เห็นว่าได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควร ผู้ใช้ก็ให้ความร่วมมืออย่างดี ทำให้เราคิดว่าแนวทางที่เรากำลังทำนี้น่าจะพอเป็นไปได้ ผู้ใช้เพียงแค่แบ่งปันกันคนละนิดๆ หน่อยๆ แต่เมื่อมองในภาพรวมแล้วจะทำให้ส่วนรวมดีขึ้น และเมื่อเราเอาข้อมูลเหล่านั้น คืนกลับไปยังผู้ใช้ น่าจะเป็นประโยชน์ในการใช้ข้อมูลกับพวกเขาเองอีกครั้ง

ตอนต่อไป จะเป็นเรื่องที่ว่า แล้วจากสิ่งที่เป็นอยู่ เราได้ทำอะไรบ้าง อย่างไร



Liú Bèi
June 11, 2007, 9:56 am
Filed under: Management

 

เล่าปี่ ผู้นำที่ดูเหมือนว่าจะทรงคุณธรรมที่สุดในสามก๊ก เพราะเล่าปี่บอกกับคนอื่นเสมอว่า จะผดุงคุณธรรม ฟื้นฟูราชวงศ์ รักชาติ ทำทุกอย่างเพื่อราษฎรและส่วนรวม ทำให้คนดีๆ ต่างเข้ามาร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นกวนอู เตียวหุย จูล่ง ขงเบ้ง บังทอง ม้าเฉียว ฯลฯ 

เมื่อมีคนดีๆ มาทำงานให้จำนวนมาก ทำให้กิจการงานต่างๆ ของเล่าปี่สำเร็จไปได้ด้วยดีเสมอ จนทำให้เล่าปี่ ถูกสถาปนาขึ้นเป็นฮองเต้ในที่สุด

อำนาจคือของหวาน

สามก๊กสอนเรื่องนี้ให้กับคนดู คนอ่าน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เล่าปี่ ตอนที่ยังไม่มีอำนาจ เลี้ยงดูลูกน้องอย่างดี รับฟังความเห็นเสมอ ตลอดทั้งมีภาวะผู้นำในการพินิจวิเคราะห์ แต่เมื่อภายหลังเมื่อถึงจุดสูงสุดของอำนาจ กลับทำตัวน่าผิดหวัง บางคนกล่าวว่า เล่าปี่แท้จริงแล้วก็ทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง ทำให้ตัวเองอยู่ในอำนาจ ในความคิดของเล่าปี่นั้น กลับมีความคิดว่า ด้วยบุญญาวาสนาของตัวเอง ทำให้ตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ ถ้าตัวเองไม่มีบุญมากขนาดนี้ ต่อให้มีบริวารที่ดีอย่างไร ก็ไม่สามารถมาถึงจุดนี้ได้

เล่าปี่ลืมคิดไปว่า ตลอดชีวิตที่ประสบความสำเร็จมา ส่วนใหญ่มาจากลูกน้องและทีมงานทั้งสิ้น ชนะมามากมายจนลืมตัว หลงระเริงในความสำเร็จ ทำให้ช่วงปลายของชีวิตของเล่าปี่ กลายเป็นเรื่องน่าเศร้า เขาแยกแยะไม่ออกระหว่างเรื่องส่วนตัวกับเรื่องของส่วนรวม เอาแต่จะล้างง่อก๊กของซุนกวน ด้วยเหตุที่ทำให้พี่น้องร่วมสาบาน อย่างกวนอู และเตียวหุยต้องตาย ทั้งที่จูล่ง และขงเบ้งก็ได้ทัดทานแล้ว ก็ไม่ฟัง ขงเบ้งเห็นว่า ง่อก๊กของซุนกวน ต้องคบเป็นมิตรไว้ เพื่อป้องกันทัพวุยก๊ก ของโจโฉ ที่มีกองทัพที่แข็งแกร่งกว่า สองก๊กนี้จึงต้องร่วมมือกัน หากเมื่อใดที่แตกกัน ย่อมเสียเปรียบต่อก๊กใหญ่ในที่สุด

เล่าปี่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ สามารถเอาชนะได้ จึงยกทัพไปเองโดยไม่ฟังเสียงใคร ในที่สุด ก็พ่ายแพ้ และต่อมาก็เป็นไข้จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต และก็มาคิดได้ในภายหลังว่า ที่ตัวเองยิ่งใหญ่อยู่จนถึงวันนี้ ไม่ได้เพราะความสามารถของตัวเองแต่ฝ่ายเดียว เพราะเมื่อต้องนำทัพเอง กลับพ่ายแพ้แบบสิ้นรูป และอีกข้อหนึ่งที่สอนใจได้อย่างดี คือความคิดที่จะทำเพื่อส่วนรวมก่อนเสมอของเล่าปี่ได้หายไปไหน เมื่ออำนาจบังตา

อันว่าเรื่องส่วนรวมต้องมาก่อนเรื่องส่วนตัว เรื่องของส่วนใหญ่มาก่อนเรื่องส่วนเล็ก ฉะนั้นจะทำอะไรให้คิดถึงว่าส่วนใหญ่ได้อะไร แล้วดำเนินไปตามแนวทางนั้น น่าจะเป็นเครื่องช่วยในการตัดสินใจได้เป็นอย่างดี แต่ทุกวันนี้ เราก็ยังเห็นกันเป็นปรกติ ของคนที่บอกว่า ทำเพื่อส่วนรวม แต่สุดท้ายลึกๆ แล้วทำเพื่อความอยู่รอดส่วนตัวแทบทั้งนั้น



new game station
June 6, 2007, 11:45 pm
Filed under: news

วันก่อนเดินผ่านร้านเกมแถวบ้าน ปรกติไม่เคยสังเกตเท่าไหร่ แต่เห็นเขาตกแต่งร้านใหม่ ทาสีสวยทันสมัย

วันถัดๆ มามีการเอา TV มาตั้งเป็นวงกลมอยู่กลางห้อง

ผมก็นึกอยู่ว่า เขาจะทำอะไรหว่า…

เลยลองเข้าไปสังเกตใกล้ๆ เลยถึงรู้ว่า เขาเอา wii มาลง ทำเป็นร้านเกม wii โดยเฉพาะ เป็นการพัฒนาการล่าสุดของร้านเกมจริงๆ

แต่พอมาคิดๆ ดู ไอ้เจ้า wii นี่ เวลาเล่นมันค่อนข้างกินที่ ทำให้ทางร้านเขาตั้งได้แค่ 6 เครื่องเท่านั้น ตั้งเป็นรูป 6 เหลี่ยม โดยคนเล่น ก็จะยืนอยู่รอบๆ

อดคิดไม่ได้ว่า เปิดร้านแบบนี้จะต้องลงทุนเท่าไหร่หว่า ค่าตกแต่งร้าน + เครื่อง wii + TV น่าจะร่วมๆ 2 แสน ค่าเช่าที่ ค่าน้ำ ค่าไฟค่า โทรศัพท์ ค่าแรงคนเฝ้าร้านน่าจะตก 3 – 4 หมื่นต่อเดือน แล้วต้องเก็บตังค่าเล่นยังไง เพราะคนๆ นึงน่าจะใช้เวลาเล่นเกมๆ นึงท่าทางจะนาน วันๆ นึงน่าจะเปิดได้ไม่เกิน 12 ชม โอ้ คิดแล้วเป็นห่วงเหมือนกัน ว่า เมื่อไหร่จะคุ้มทุนหว่า ตอนนี้เท่าที่ดูยังมีคนเล่นไม่มากเท่าไหร่ อาจจะยังไม่ค่อยรู้จักกัน แต่ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ทำอะไรก่อนชาวบ้านเขา

ไว้วันหลังไปสืบมาใหม่แล้วมาเล่าให้ฟังนะครับ



C-String
June 6, 2007, 11:30 pm
Filed under: news

เมื่อเช้าฟังข่าว มีคนออกแบบชุดชั้นในผู้หญิงแบบใหม่ล่าสุด เข้ากะ พศ นี้จริงๆ ชุดชั้นในแบบ wireless

ไม่ต้องมีสายด้านข้างให้กวนใจอีกต่อไป แต่ก่อนก็เคยเห็นหนักหนาที่สุดที่เขาเรียกกันว่า G-String ที่สายด้านข้างนั้นเล็กมากๆ แล้ว แต่เมื่อ C-String ออกวางตลาด ทำลายทุกกฎการออกแบบชุดชั้นใน ด้วยรูปทรงที่เป็น curve ตัว C

เขาใส่กันแบบนี้ครับ

คนออกแบบเขาต้องการแก้ปัญหา ที่เวลาใส่ bikini แบบเดิมอาบแดดแล้วจะมีเส้นอยู่ด้านข้างทำให้ไม่สวย วัสดุที่ใช้ทำแกนมีความยืดหยุ่นสูง โดยที่สามารถคงตัวอยู่ได้ทำให้มีความคงตัวและกระชับ โดยมีผ้าหุ่มแกนอย่างดี ไม่มีการระคายเคือง

กล้าใส่กันหรือเปล่าครับ

ไปดูกันต่อเองแล้วกันครับ ที่นี่